ลึกลงไปใต้พื้นผิวของมหาสมุทรอินเดียที่ไกลเกินกว่าแสงแดดจะส่องถึง นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน มหาวิทยาลัยปิซา และสถาบันวิจัยน้ำและบรรยากาศแห่งชาติของนิวซีแลนด์ได้ค้นพบบางอย่างที่น่าประหลาดใจ
ในมหาสมุทรที่กว้างใหญ่กว่า 361 ล้านตารางกิโลเมตร กลับมีพื้นที่เล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่เหมือนกับว่าเหล่าวาฬมารวมตัวกันเพื่อเสียชีวิตตรงจุดนี้ ตามรายงานใหม่ที่เผยแพร่บนวารสาร Nature ระบุว่า ‘นี่คือแหล่งโบราณคดีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา’ และ ‘ซากบางตัวก็มีอายุถึง 5 ล้านปี’
พื้นที่สุสานที่ว่านี้ครอบคลุมกว่า 1,200 กิโลเมตร จนอาจกล่าวได้ว่านี่คือแหล่งโบราณคดีขนาดใหญ่ ในตอนแรกนักวิทยาศาสตร์ใช้เรือดำน้ำลึก R/V Fendouzhe เพื่อสำรวจเขตไดอะแมนตินาอันห่างไกล ซึ่งเป็นภูมิประเทศสุดน่าทึ่งของร่องลึกและสันเขาในมหาสมุทร ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อนขณะทวีปออสเตรเลียและแอนตาร์กติกาแยกออกจากกัน ณ จุดนั้นพวกเขาพบฟอสซิลหนึ่งชิ้นที่กระตุ้นความสนใจ
เพียงฟอสซิลชิ้นเดียวก็ทำให้เกิดการดำน้ำเพิ่มอีก 32 ครั้ง จากทั้งหมดพวกเขาพบฟอสซิลวาฬ 476 ตัวและซากวาฬที่เพิ่งตายไม่นานนี้อีก 5 ชิ้นที่ระดับความลึก 4,200 ถึง 7,000 เมตร เมื่อคำนวณแล้ว อาจมีซากวาฬเจ็ดถึงแปดตัวและฟอสซิลประมาณ 750 ชิ้นต่อตารางกิโลเมตรในพื้นที่ดังกล่าว
ซากที่ใหญ่ที่สุดคือโครงกระดูกยาว 5 เมตรของวาฬมิงค์แอนตาร์กติก (Balaenoptera bonaerensis) แต่ซากส่วนใหญ่เป็นของวาฬจะงอย (beaked whales) ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลที่เรายังรู้จักน้อยมากเพราะพวกมันอาศัยอยู่ในมหาสมุทรเปิดและใช้เวลาส่วนใหญ่ดำน้ำ ทั้งหมดนี้นำไปสู่คำถามสำคัญ
[ ทำไมพวกมันมารวมตัวกันที่นี่? ]
คาดว่าเหตุผลหลักน่าจะเป็นเพราะลักษณะภูมิประเทศใต้น้ำ ร่องน้ำรูปตัววีเป็นแหล่งหากินที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับวาฬจะงอยซึ่งกินหมึกและปลาทะเลลึกเป็นอาหาร แต่ที่ความลึกระดับนั้นก็มาพร้อมกับความเสี่ยง
ความลึกสูงสุดที่วาฬปากจะงอยดำน้ำได้นั้นคาดว่ามากกว่า 3,000 เมตร โดยพิจารณาจากภาวะปอดแฟบและการเก็บออกซิเจน ดังนั้น การหากินในระดับความลึกเกิน 3,000 เมตรจะเป็นภาระทางสรีรวิทยามากเกินไปสำหรับวาฬปากจงอย และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากความเหนื่อยล้าหรือภาวะที่เกิดจากการลดความดัน
นอกจากนี้การที่ตะกอนสะสมตัวอย่างช้า ๆ ในพื้นที่ดังกล่าวก็ทำให้ซากอยู่ได้นานพอที่จะเป็นฟอสซิล แทนที่จะถูกฝังและสูญหายไปอย่างรวดเร็ว ทีมงานได้ใช้แขนกลของเรือดำน้ำลึกเก็บตัวอย่างขึ้นมาและพบว่า ซากที่เก่าแก่ที่สุดนั้นย้อนหลังไปได้ถึง 5.26 ล้านปี

ภาพ: nature
[ ทำไมสุสานเหล่านี้ถึงมีความสำคัญมาก? ]
มันอาจเป็นสถานที่ไม่น่าอภิรมย์สำหรับเรา แต่ทว่ามันก็เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมาย ซากที่ไร้ชีวิตเหล่านี้เต็มไปด้วยแบคทีเรียที่ดำรงอยู่ได้โดยไม่ต้องใช้แสงหรืออกซิเจน เจ้าตัวเล็กมากมายจะคอยย่อยสลายน้ำมันในกระดูกวาฬ ทำให้เกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์
แหล่งพลังงานทางเคมีนี้ทำให้สัตว์อย่างแมงกะพรุน ดาว หนอนกินกระดูก และอื่น ๆ เจริญเติบโต ซึ่งรวมกันแล้วพวกมันมีความหนาแน่นสูงถึง 2,840 ตัวต่อตารางเมตร
“ความหนาแน่นนั้นเหลือเชื่อมาก เช่นเดียวกับข้อเท็จจริงที่ว่าพวกมันน่าจะเป็นสายพันธุ์ใหม่สำหรับวงการวิทยาศาสตร์ทั้งหมด” Stephen Godfrey ภัณฑารักษ์ด้านบรรพชีวินวิทยาของพิพิธภัณฑ์ทางทะเลแคลเวิร์ตในรัฐแมริแลนด์ ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้กล่าว
“มันเหมือนกับว่าซากวาฬแต่ละแห่งเป็นร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งใหม่ที่เปิดขึ้นในศูนย์การค้าขนาดยาว 1,200 กิโลเมตร” เขาเสริม
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสุสานเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ใหญ่กว่าเท่านั้น โดยปกติแล้วซากโบราณบนพื้นทะเลจะถูกปกคลุมด้วยตะกอนอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเราจึงแทบไม่เห็นโครงกระดูกเต็มพื้นมหาสมุทรแม้จะมีสัตว์ตายทุกวินาทีตลอดเวลา การค้นพบนี้จึงสร้าง ‘คลื่นกระเพื่อม’ ให้กับวิทยาศาสตร์
“ผลการค้นพบเหล่านี้เปลี่ยนแปลงความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตและชีวภูมิศาสตร์ของระบบนิเวศซากวาฬ และสร้างพื้นทะเลลึกบางแห่งให้เป็นแหล่งเก็บฟอสซิลสำหรับการติดตามวิวัฒนาการของวาฬในช่วงเวลาทางธรณีวิทยา” ทีมวิจัยเขียน
Godfrey กล่าวว่า มันให้ความรู้สึกเหมือนการค้นพบใต้น้ำอย่างการเจอปลาซีลาแคนท์หรือไม่ก็ปล่องภูเขาไฟใต้ทะเลเป็นครั้งแรกที่เปลี่ยนมุมมองทั้งหมดเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรลึก และสิ่งที่ดีที่สุดอาจยังมาไม่ถึง
“บทความของพวกเขาทำให้ผมนึกถึงตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องแรกในซีรีส์ภาพยนตร์มหากาพย์ ผมหวังว่าจะมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แบบนี้อีกมากมายตามมา” เขาเสริม
ที่มา