สหรัฐฯ ประกาศถอนตัวจาก WHO สิ่งนี้จะทำให้สาธารณสุขโลกสั่นคลอนหรือไม่?

เมื่อการเมืองโลกอาจนำหน้าวิทยาศาสตร์ โลกจะรับมือกับโรคระบาดที่ไม่มีพรมแดนอย่างไร

สหรัฐอเมริกาประกาศถอนตัวจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) อย่างเป็นทางการแล้ว หลังทรัมป์เคยวิจารณ์ว่า “องค์กรนี้เอนเอียงไปทางจีนมากเกินไป” ในช่วงโควิด-19 

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อเริ่มกระบวนการถอนตัวจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งเป็นองค์กรด้านสุขภาพหลักของสหประชาชาติ ที่มีประเทศสมาชิกราว 190 ประเทศทั่วโลก ฝั่งสหรัฐฯ ให้เหตุผลว่า ต้องการเปลี่ยนแนวทางการจัดการด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ และลดอำนาจของ WHO ที่ถูกมองว่าไม่ยืดหยุ่น ขาดการปฏิรูป และถูกการเมืองของประเทศสมาชิกบางประเทศครอบงำ 

กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐฯ ระบุชัดว่า การถอนตัวครั้งนี้เกิดจากความไม่พอใจต่อการรับมือโควิด-19 ของ WHO ความล้มเหลวในการปรับโครงสร้างองค์กร และแรงกดดันทางการเมือง พร้อมย้ำว่า นับจากนี้ การมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ กับ WHO จะถูกจำกัดอย่างเข้มงวด เพื่อเดินหน้าถอนตัวอย่างสมบูรณ์ และปกป้องสุขภาพของชาวอเมริกันเป็นหลัก

โดยกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐฯ ได้กล่าวว่า การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจาก ‘การจัดการการระบาดใหญ่ที่ผิดพลาดของ WHO ความไม่สามารถในการปฏิรูป และอิทธิพลทางการเมืองจากประเทศสมาชิก’

“ต่อไปนี้ การมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ กับ องค์การอนามัยโลก จะถูกจำกัดอย่างเคร่งครัดเพื่อดำเนินการถอนตัวของเราและเพื่อปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนชาวอเมริกัน” พวกเขากล่าว

แต่ WHO ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ และเทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO กล่าวว่า การถอนตัวครั้งนี้เป็นความสูญเสียสำหรับสหรัฐฯ และโลก 

อีกทั้งยังชี้ให้เห็นความพยายามระดับโลกของความร่วมมือในการต่อสู้กับโรคโปลิโอ โรคเอดส์ การเสียชีวิตของมารดา และสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการควบคุมยาสูบ รวมถึงการร่วมมือกันของประเทศสมาชิก WHO หลังการระบาดใหญ่ของไข้หวัดนก (H5N1) ซึ่งได้แพร่เชื้อไปยังผู้คนหลายสิบรายและคร่าชีวิตไปแล้วหนึ่งรายในสหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมกันสร้างสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการระบาดใหญ่เพื่อป้องกัน เตรียมพร้อม และรับมือกับการระบาดใหญ่ในอนาคต รวมถึงการแบ่งปันวัคซีนและยาอย่างเป็นธรรมมากขึ้นในเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา สนธิสัญญาก็ได้รับการเห็นชอบจากรัฐสมาชิกองค์การอนามัยโลกทั้งหมด โดยปราศจากสหรัฐอเมริกา 

สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดขององค์การอนามัยโลกมาโดยตลอด แต่ล่าสุด ในปี 2024 และ 2025 ได้ขาดการชำระค่าธรรมเนียม คาดการณ์ว่าอยู่ที่ราว 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ส่งผลโดยตรงต่อการเลิกจ้างงานจำนวนมากในองค์กร 

และไม่ใช่แค่เรื่องเงินเท่านั้น พบว่าบุคลากรและผู้รับเหมาของสหรัฐฯ ถูกเรียกตัวกลับจากสำนักงานใหญ่ที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และสำนักงานต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงการมีส่วนร่วมหลายร้อยรายการถูกยกเลิก

สหรัฐฯ ออกจาก WHO ครั้งนี้จะเปลี่ยนทิศทางสาธารณสุขโลกอย่างไร?

สหรัฐฯ ไม่ใช่แค่ประเทศสมาชิกธรรมดาของ WHO แต่เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนรายใหญ่ ทั้งในแง่เงินทุน บุคลากร ผู้เชี่ยวชาญ และข้อมูลด้านสาธารณสุขระดับโลก การถอนตัวของสหรัฐอเมริกาออกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) จึงอาจไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเป็นแค่เกมการเมืองระหว่างประเทศมหาอำนาจ แต่ในความเป็นจริง การตัดสินใจครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนทั่วโลกมากกว่าที่หลายคนคิด  

ในระยะสั้น เราจะได้เห็นผลกระทบทั้งปัญหางบประมาณ ลดการจ้างงาน และชะลอโครงการด้านสาธารณสุขหลายด้าน โดยเฉพาะในประเทศรายได้น้อยที่พึ่งพาการสนับสนุนจากองค์กรนี้ในการควบคุมโรคอย่างโปลิโอ วัณโรค หรือเอชไอวีอย่างจริงจัง 

เมื่อถูกสอบถามถึงความร่วมมือเพื่อต่อสู้กับโรคอย่างโปลิโอหรือเอชไอวี เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ระบุว่า ความพยายามนี้จะถูกเปลี่ยนไปในรูปแบบการร่วมมือกับ “องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) และกลุ่มทางศาสนา” แต่ก็ยังไม่ได้ให้รายละเอียดชัดเจนว่ามีโครงการใดเริ่มเดินหน้าแล้วบ้าง 

ขณะเดียวกัน เรื่อง ‘การแบ่งปันข้อมูลและการพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ระดับโลก’ เจ้าหน้าที่เองก็ยังตอบไม่ได้เต็มปากว่าระบบจะเดินต่ออย่างไรหากไม่มี WHO

ท่ามกลางสถานการณ์ที่น่ากังวลนี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนแสดงความผิดหวังต่อการถอนตัวของสหรัฐฯ 

“เราไม่สามารถทำให้องค์การอนามัยโลกมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ด้วยการถอนตัวออกไป” ทอม ฟรีเดน อดีตเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาวุโสในสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา เขียนไว้ใน X

และผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐฯ เองยังมองว่าการตัดสินใจนี้อาจเป็นผลเสียกับสหรัฐฯ เอง โดยยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการระบาดใหญ่ที่ร้ายแรง และสหรัฐฯ อาจสูญเสียสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลการเฝ้าระวังโรคระบาดที่สำคัญ จะเป็นอันตรายต่อศักยภาพในการติดตามและป้องกันภัยคุกคามด้านสุขภาพจากต่างประเทศ

หลังการลงนามถอนตัว ฝ่าย WHO ยังคงขอให้สหรัฐฯ ทบทวนการพิจารณาอีกครั้ง และกล่าวว่าความร่วมมือขององค์การอนามัยโลกและสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมาได้ช่วยชีวิตผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วน ทั้งชาวอเมริกันและผู้คนทุกคนจากภัยคุกคามด้านสุขภาพ การขอให้สหรัฐฯ พิจารณาครั้งใหม่นี้จึงเป็นไปเพื่อ “ประโยชน์ต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของคนหลายล้านคนทั่วโลก” 

หลังจากนี้คงต้องติดตามกันว่า หากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ เลือกเดินออกจากเวทีสาธารณสุขโลกอย่างเต็มตัว การเคลื่อนไหวนี้อาจเปลี่ยนความร่วมมือทั่วโลกให้กลายเป็นการแบ่งฝ่ายที่หมุนไปตามขั้วการเมืองหรือไม่ และประเทศไทยเราจะเตรียมตัวรับมือความเปลี่ยนแปลงด้านสาธารณสุขยังไง

อ้างอิง

https://www.bbc.com/news/articles/cn9zznx8qdno

https://www.who.int/news/item/21-01-2025-who-comments-on-united-states–announcement-of-intent-to-withdraw

https://www.france24.com/en/live-news/20250121-trump-signs-order-to-pull-us-from-who-citing-funding-disparities

Credit

Chayanit S.

เป็นคนกรุงเทพฯ ชอบเดินเที่ยวเมือง ฟังเพลงซ้ำ ๆ นั่งโง่ ๆ ดูคนคนใช้ชีวิต :-)