Time and Water เป็นหนังเรื่องแรกที่ถูกเปิดในเทศกาล Changing Climate Changing Lives Film Festival 2026 ที่เรียบเรียงเรื่องราวความรัก ประสบการณ์ และการสูญเสียของของคุณ Andri Snær Magnason นักเขียนเลื่องชื่อ ชาวไอซ์แลนด์ และรวบรวมภาพถ่าย วีดีโอของเขา และครอบครัว แปลงเปลี่ยนความสูญเสีย เป็นความหวัง ใส่ในแคปซูล ด้วยจุดมุ่งหมายว่าอนุชนรุ่นหลังจะได้รู้จักธารน้ำแข็งพืดนี้ ในแบบเดียวกับที่เขารู้จัก ในแบบเดียวกับที่คุณตาคุณยายของเขาได้ตกหลุมรักกัน
บทความฉบับนี้จะพาทำความรู้จักแคปซูล หรือสิ่งที่ใช้บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ที่ปรากฎในหนัง Time and Water อันได้แก่ กล้อง ทำนอง Rímur และธารน้ำแข็ง พร้อมทั้งร่วมหาคำตอบ จากคำถามที่ว่า ‘คุณจะกล่าวลาสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าต้องจากอย่างไร ?’
มีคำกล่าวว่าถ้าเกิดจะดูว่าคน ๆ หนึ่งกลัวที่จะสูญเสียอะไรไป ให้ดูว่าเขาบันทึกภาพอะไรไว้ ให้ดูว่าภาพของอะไรโลดแล่นอยู่ในกล้องของเขา ให้ดูว่าเขาขีดเขียนอะไรลงบนกระดาษ
แคปซูลของคุณ Magnason เต็มไปด้วยวีดีโอของ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ภรรยา ลูก ๆ และธารน้ำแข็ง

อย่างไรก็ตาม กล้องไม่ใช่เพียงสิ่งเดียวที่ถูกใช้ในการบันทึกของชาวไอซ์แลนด์
เรื่องราวเรื่องแล้วเรื่องเล่าถูกถักทอเป็นทำนองส่งต่อกันผ่านรุ่นต่อรุ่น จากคุณย่าสู่หลานสาว Rímur เป็นบทเพลง และท่วงทำนองของชาวไอซ์แลนด์ ที่ถูกขับขานมาก่อนการมาถึงของเครื่องพิมพ์ดีดเสียอีก ประวัติศาสตร์ และตำนานของชาวไอซ์แลนด์ก็ถูกบอกเล่าและรักษาผ่านวิธีนี้
ต่างจากการอ่านหนังสือ Rímur จะถูกจดจำ และขับร้องในชีวิตประจำวัน ขณะทำงานเองก็ดี หรือพักผ่อนก็ดี ในดินแดนแห่งน้ำแข็งอันเวิ้งว้าง Rímur ถูกใช้เพื่อความจรรโลงใจ และสอนศีลธรรม เปรียบได้ดั่ง ‘สาราณุกรมในรูปแบบมุขปาฐะ’ ที่ถูกบอกเล่ามาหลายร้อยปี ตั้งแต่ยุคกลางเป็นต้นมา ซึ่งถูกสอนจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อสืบทอดมหากาพย์นอร์ส ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงภาษาของชาวไอซ์แลนด์
Rímur จะถูกขับร้องในทำนองคล้ายบทสวด ไร้ซึ่งเสียงดนตรี มีเพียงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ในยุคสมัยต่อ ๆ มา เนื้อร้องก็ถูกเรียบเรียง และเสียงขับร้อง Rímur ก็แผ่วเบาลงเพราะการมาถึงของวิทยุในศตวรรษที่ 20
ทั้งนี้หนังเรื่อง Time and Water ยังย้ำเตือนเรื่องที่หลาย ๆ คนอาจสำคัญผิด คิดว่าการจดจำ และบันทึกข้อมูล เป็นสิ่งที่มนุษย์เท่านั้นที่ทำได้
เมื่อเทียบกับช่วงเวลาอันแสนสั้นของมนุษย์ มีบางสิ่งที่อยู่มายาวนานกว่า ความจำดีกว่า ตัวใหญ่กว่า และทำให้เราเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตตัวเล็กจ้อย นั่นก็คือ ธารน้ำแข็ง

ในหลาย ๆ ครั้ง นักวิทยศาสตร์มักเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โลกจากธารน้ำแข็ง ด้วยการขุดเจาะแกนน้ำแข็งเป็นรูปทรงแท่ง ลึกลงไปหลายกิโลเมตร
แท่งน้ำแข็งเหล่านี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์ปริมาณก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์และมีเทน จากฟองอากาศที่ถูกกักเก็บไว้ข้างใน สภาพแวดล้อมและการปะทุของภูเขาไฟในอดีต จากละอองเรณู เถ้าภูเขาไฟ หรือฝุ่นที่สะสมอยู่ในชั้นน้ำแข็ง คำนวณอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ณ ช่วงเวลาที่น้ำแข็งชั้นนั้น ๆ ก่อตัวขึ้น จากอัตราส่วนของไอโซโทปออกซิเจนและไฮโดรเจนในน้ำแข็ง และพฤติกรรมการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลของมนุษย์ จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทำได้ย้อนหลังไปได้หลายแสนปี
ธารน้ำแข็งยังเป็นส่วนนึงของสิ่งที่คอยปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกใบนี้ เนื่องจากมันเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงภูเขา และหุบเขา ทั้งยังปล่อยสารอาหารให้กับแม่น้ำ ลำธาร และทะเล เป็นน้ำดื่มให้กับ คน พืช และสัตว์ ซึ่งส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตแวดล้อม
ธารน้ำแข็งจึงถือเป็นส่วนสำคัญในการเรียนรู้ และเข้าใจโลกใบนี้
สำหรับพวกเราแล้ว ธารน้ำแข็งอาจเป็นพื้นที่ห่างไกล ไม่ใช่ดินแดนที่เราจะไปใช้ชีวิต หรือเติบโตอยู่ อาจเป็นเพียงที่เที่ยว หรือสิ่งสวยงามให้ได้ชม แต่สำหรับชาวไอซ์แลนด์ ธารน้ำแข็งคือบ้าน คือผืนแผ่นดินของพวกเขา คือองค์ความรู้อันไม่รู้จบ
หากเราจะไปที่นั่น ณ ธารน้ำแข็งที่คุณตาคุณยายของคุณ Magnason ได้ตกหลุมรักกัน ห่างกันสุดขอบฟ้า หมื่นกิโลเมตร ต่อให้ต้องเดิน นั่งรถ ต่อเรือ ขึ้นเครื่องบิน วันนึงเราคงจะไปถึง แต่ถ้าหลานเรา เหลนเรา ลื่อเรา อยากไปที่นั้น จะทำอย่างไร อีกร้อยปี สองร้อยปี ธารน้ำแข็งที่ยิ่งใหญ่จะเหลือเพียงชื่อ และถูกเล่าเป็นตำนานผ่านเพลง ที่บอกเล่าเรื่องราวจากอดีตอันไกลโพ้นอย่าง Rímur หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงภาพถ่าย และวีดีโอในแคปซูล ของคุณ Magnason เพียงแค่นั้น
หนังเรื่องนี้เป็นเหมือนสิ่งย้ำเตือนให้เรากลับมาหวงแหนแผนดินที่เรายืนอยู่ เพราะในวันนึง มันอาจจะละลายหายไป
ท้ายที่สุดนี้ คุณ Magnason อาจเลือกวิธีบอกลาสิ่งที่เขารัก โดยการส่งต่อเรื่องราวผ่านหนังเรื่อง Time and Water และในขณะเดียวกันก็ใช้แคปซูลนี้ ยื้อชีวิตให้กับธารน้ำแข็งที่เขาหวงแหน แล้วคุณหละ คุณจะกล่าวลาสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าต้องจากอย่างไร?
อ้างอิง
https://worldmusic.heuron.com/en/genres/icelandic-rimur
https://nsidc.org/learn/ask-scientist/core-climate-history
https://nsidc.org/learn/parts-cryosphere/glaciers/why-glaciers-matter