ทำไมการศึกษาผลกระทบของแลนด์บริดจ์ จึงถูกจำกัดอยู่แค่รัศมีที่ 5 กิโลเมตร
บทความนี้เรายังอยู่กับโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง กันต่อ โดยที่เรายังต้องอยู่กับประเด็นนี้เพราะว่าแลนด์บริดจ์คือโครงการที่ใช้เงินลงทุนมหาศาล มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสร้างผลกระทบของโครงการเยอะ (เรียกมหาศาลเลยก็ได้) ทำให้โครงการนี้มีความสำคัญและถูกจับตามองเป็นวาระแห่งชาติเลยก็ว่าได้
เรื่องราวของแลนด์บริดจ์ที่เรานำเสนอไปก่อนหน้านี้คือ
- ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับปลาทู ( https://www.facebook.com/share/p/1BG34hUpMQ/ )
- ข้อสังเกตุในภาพรวมถึงตัวโครงการ ( https://www.facebook.com/share/p/1D3q4Bp9pG/ )
มาครั้งนี้เราขอพาไปดูความ ‘เอ๊ะ’ ของส่วนหนึ่งที่เป็นคีย์สำคัญของโครงการกัน นั่นคือ ตัวรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า EHIA ตัวรายงานที่จะบอกว่าโครงการนี้จะสร้างผลกระทบอะไรกับสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
เป็นเรื่องปกติที่ก่อนจะมีโครงการใหญ่ เช่น โรงไฟฟ้า, นิคมอุตสาหกรรม, ท่าเรือ, เหมืองแร่ หรือเขื่อน ก่อตั้งขึ้น จำเป็นต้องมีการศึกษาก่อนว่าโครงการที่กำลังจะทำนี้สร้างผลกระทบอะไรต่อธรรมชาติ ระบบนิเวศ และชีวิตผู้คนบ้าง ซึ่งโครงการแลนด์บริดจ์นี้ก็มีเหมือนกัน โดยแบ่งเป็น 2 ไฟล์ คือของ ท่าเรือบริเวณแหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง และ ท่าเรือแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร
ทว่ารายงานทั้ง 2 ฉบับกลับมีหนึ่งในจุดข้อสังเกตร่วม ที่ถูกสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งคำถามถึงคือ ‘ขอบเขตพื้นที่การศึกษา’ เพราะ ขอบเขตพื้นที่การศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นของทั้ง 2 โครงการถูกกำหนดพื้นที่ศึกษาเพียง 5 กิโลเมตร รอบที่ตั้งโครงการเท่านั้น (ตัวโครงการจะมีการถมทะเลขนาดพื้นที่ 6,975 ไร่ที่อำเภอเมืองระนอง จ.ระนอง และ 5,808 ไร่ที่อำเภอหลังสวน จ.ชุมพร)
ซึ่งเรื่องนี้ ‘คุณอภิศักดิ์ ทัศนี’ ผู้ประสานงานกลุ่ม Beach for Life ให้ข้อมูลกับ The Active ThaiPBS ไว้ว่า ในพื้นที่กิโลเมตรที่ 6 และที่ 7 ของระนองมีดอนตาแพ้ว ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ขุมทรัพย์ของทะเลระนอง” เป็นแหล่งชุกชุมของสัตว์ทะเลหลายชนิด มีแนวปะการังเกือบ 1,400 ไร่
หรือแม้แต่จากผลการศึกษาระดับปริญญาเอกถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะ เรื่อง เศรษฐศาสตร์การเมืองของโครงการสะพานเศรษฐกิจ โดยเน้นที่การพัฒนาจังหวัดระนอง ของ ‘คุณวิภาวดี พันธุ์ยางน้อย’ ที่เผยแพร่ใน The101.World ที่ระบุว่า ขอบเขตศึกษาผลกระทบจากบริเวณโครงการท่าเรือน้ำลึกแหลมอ่าวอ่าง ที่ศึกษาเพียง 5 กิโลเมตรนั้น เป็นการละเลยทั้งมิติของวิถีชีวิตผู้คน ด้านของอาชีพ และการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
คุณวิภาวดีให้ข้อมูลกับ The101 World ว่าข้อมูลและผลกระทบเหล่านี้ไม่ถูกพิจาณาให้อยู่ในผลกระทบที่มีต่อชาวบ้าน จนนำไปสู้ข้อสังเกตจากนักวิชาการหลายคนว่ารายงานดังกล่าวอาจไม่ได้เกิดจากการลงพื้นที่จริง อาศัยข้อมูลที่หาได้จากที่หน่วยงานอื่นรวบรวมไว้
ซึ่งขอบเขตการศึกษาที่กินพื้นที่เพียง 5 กิโลเมตรก็ชวน เอ๊ะ จริง ๆ เพราะจากข้อมูลของนักวิจัยที่ลงพื้นที่ไปคลุกคลีกับชีวิตผู้คนมาก็ชี้ให้เห็นว่า “ห่างออกไปแค่เพียง 1 กิโลเมตร” ก็จะเจอแนวปะการังที่เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำแล้ว ซึ่งตัวรายงานทั้ง 2 ฉบับ ก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษมารองรับว่าทำไมต้องศึกษาแค่ 5 กิโลเมตร [สามารถไปอ่านความ ‘เอ๊ะ’ ของรายงานทั้ง 2 ฉบับได้ที่ลิงก์นี้ [https://www.facebook.com/share/p/1GoQVqLW3i/]
จริง ๆ ตลอดโครงการ กว่าจะมาถึงวันนี้ที่รัฐบาลพยายามผลักดันเต็มที่มีความแปลก ๆ ชวนเอ๊ะอีกมากกกก
ในครั้งหน้าเราจะมาชวนดูความเอ๊ะกันต่อในบทความต่อ ๆ ไป