ปลาตีนกำลังจะหายไป ?
ก่อนหน้านี้เรามักพูดถึงการหายไปของหิ่งห้อยมาเป็นระยะ ๆ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการรุกรานถิ่นที่อยู่อาศัยโดยเมือง มาคราวนี้สถานการณ์นี้อาจจะกำลังเกิดขึ้นกับ ‘ปลาตีน’ ปลาสุดแปลกที่อาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำ บนบก หรือแม้แต่บนต้นไม้
ปลาตีน (Mudskipper) เป็นปลาที่อาศัยได้ทั้งบนบก น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม พบได้เฉพาะบริเวณป่าชายเลนที่มีน้ำท่วมถึง โดยหน้าที่สำคัญของปลาตีนคือช่วยกินสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่บนหาดเลน ทำหน้าที่ควบคุมประชากรสัตว์น้ำอื่นไม่ให้มีมากเกินไป ที่น่าสนใจตคือปลาตีนวัยอ่อนก็จะเป็นอาหารแก่สัตว์หรือปลาชนิดอื่นอีกต่อหนึ่งด้วย
การมีปลาตีนอาศัยอยู่ในพื้นที่ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนและความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและสัตว์ภายในพื้นที่
‘พี่เล็ก-หัสชัย บุญเนือง’ อธิบายถึงผลกระทบหากป่าชายเลนไม่มีปลาตีนไว้ในรายการ Full Frame Photo Mission ThaiPBS ไว้ว่า
“ถ้าไม่มีปลาตีน กลิ่นหรือการย่อยสลายต่าง ๆ ในเขตป่าชายเลนจะช้าลงและทำให้เกิดมลภาวะ ทำให้ป่าชายเลนแทนที่จะเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ก็จะกลายเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดก๊าซพิษแทน”
โลกร้อนและอุณหภูมิน้ำที่สูงทำปลาตีนใช้ชีวิตลำบาก
มีการรายงานข่าวจากสื่อต่างประเทศถึง ‘ปลาตีนลายจุดสีน้ำเงิน’ ที่เกาะคิวชู (ญี่ปุ่น) ระบุว่าปัจจุบันปลาตีนสายพันธ์นี้ถูกระบุให้อยู่ในบัญชีแดงของสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN)
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ถูกตีพิพม์และเผยแพร่ในวารสาร ScienceDirect ที่ทำการหาความเชื่อมโยงระหว่างอุณหภูมิของน้ำที่เพิ่มขึ้นกับผลกระทบของการใช้ออกซิเจนในการหายใจและพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของปลาตีน ผลการทดลองที่ได้คือ เมื่ออุณหภูมิของน้ำสูงขึ้น ปลาตีนจะต้องใช้ออกซิเจนในการหายใจที่มากขึ้น และการอยู่ใต้น้ำที่มีอุณภูมิสูงตลอดเวลายังทำให้เกิดความเครียดทางสรีรวิทยาและการใข้พลังงานของตัวปลา
อันนี้ถ้าอธิบายให้เห็นภาพ ให้นึกถึงเวลาเราออกไปวิ่งในวันที่อากาศร้อน จากเดิมที่เราเคยวิ่งไม่ค่อยเหนื่อยมาก หัวใจอยู่ที่ Zone1-2 พอมาวิ่งวันแบบนี้หัวใจก็เต้นสูงขึ้น โดดไป Zone3 รู้สึกร่างกายเหนื่อยและรู้สึกว่าการวิ่งครั้งนี้หนักกว่าปกติ ทั้ง ๆ ที่วิ่งความเร็วเท่าเดิม นี่น่าจะเป็นสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับที่ปลาตีนเผชิญเมื่อต้องอยู่ในน้ำที่ร้อนขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อปลาตีนต้องอยู่ในน้ำที่ร้อนขึ้น พอน้ำเย็นลง ปลาตีนกลับต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า เพื่อให้ตัวมันเองกลับไปใช้ออกซิเจนในระดับปกติ (เหมือคนที่ต้องใช้เวลานานขึ้นในการพักให้หายเหนื่อย) สิ่งเหล่านี้คือสถานการณ์ที่ปลาตีนกำลังเผชิญในทุก ๆ วันที่อุณหภูมิน้ำค่อย ๆ ไต่ระดับสูงขึ้น
กล่าวคือ ยิ่งโลกร้อนขึ้น ปลาตีนก็จะยิ่งมีการใช้ชีวิตที่ยากขึ้นตาม ถามว่าในอนาคตปลาตีนจะหายไปเลยไหม คำตอบอาจจะยัง ทุกวันนี้เราน่าจะยังพบเห็นปลาตีนตามแนวชายเลนอยู่ ทว่าในแง่ของจำนวนอาจจะเป็นคนละเรื่อง หากโลกยังร้อนขึ้นต่อเนื่องแบบนี้ก็มีแนวโน้มเช่นกันที่ปลาตีนจะลดจำนวนลง ขนาดปลาตีนที่พบที่ญี่ปุ่นยังถูกขึ้นบัญชีแดง ทำให้เราอาจอนุมานได้ว่าการที่ปลาตีนในไทยจะเข้าใกล้คำว่าสุญพันธ์ก็ยังคงเป็นไปได้
เรื่องดีของเรื่องนี้คึอ ปลาตีนเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำที่บ้านเราสามารถปล่อยพันธ์สัตว์ลงสู่ระบบนิเวศได้ การหายไปของปลาตีนจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากกว่าการหายไปของหิ่งห้อย
อ้างอิง
Science Direct Journal
The Asahi Shimbun
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร