มองเทรนด์วิ่งเทรล ผ่านแนวคิด Shinrin-Yoku เมื่อคนยุคใหม่ฮีลใจด้วยการ “อาบป่า”

บางทีถ้าปีนี้คุณผู้อ่านอยากลองทำอะไรใหม่ ๆ
การเดินป่า วิ่งเทรล ลองใช้ชีวิตตามแนวคิด Shinrin-Yoku ก็เป็นตัวเลือกที่ environman อยากจะแนะนำ

มองการวิ่งเทรล ผ่านแนวคิด Shinrin-Yoku
เมื่อคนยุคใหม่ฮีลใจด้วยการ “อาบป่า”

Shinrin-yoku เป็นคำที่ปรากฎครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1980 โดยกระทรวงเกตร ป่าไม้ และประมง ของญี่ปุ่น เป็นคำที่ใช้อธิบายการฮีลใจผ่านการดื่มด่ำรายล้อมไปด้วยธรรมชาติ (immersed in nature) หรือเรียกว่าการ ‘อาบป่า’ (forest bathing)

ซึ่งการอาบป่า พาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีการศึกษานับไม่ถ้วนที่ออกมายืนยันว่าส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจของคนจริง ๆ ทว่าหัวหัวใจของ Shinrin-Yoku อาจจะไม่ได้หมายถึงแค่การต้องพาตัวเองไปเดินท่ามกลางป่าเขา แต่คือพลังของการ ‘เดิน’ เพื่อสัมผัสกับแสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้า สัมผัสแดดอ่อน ๆ ตอนเย็นในเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้ตก หรือแม้แต่การสัมผัสลมที่พัดผ่านใบหน้าในทุก ๆ ก้าวเดินที่เท้าของเราผลักตัวเราไปข้างหน้า

ประจวบเหมาะกับปี 2568 ที่พึ่งผ่านพ้นมา เทรนด์การวิ่งเทรล (trail running) ทิ้งหน้าจอไปเจอหน้าผา ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับการเป็นกิจกรรม outdoor ของคนยุคนี้ หากเรามองกิจกรรมนี้ผ่านแนวคิด Shinrin-yoku ของญี่ปุ่น เราจะพบว่าการวิ่งเทรลนี่แหละที่เปิดโอกาสให้เราได้ดื่มด่ำและรายล้อมไปด้วยธรรมชาติตามแนวคิด Shinrin-yoku อย่างแท้จริง

Shinrin-Yoku กับการวิ่งเทรล

1 ได้ทิ้งหน้าจอไปเจอหน้าผา

การได้วางคอมฯ และอุปกรณ์ในการทำงานต่าง ๆ ไว้ที่บ้านขณะที่เราไปเที่ยวหรือเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่พูดง่ายทำยาก ทว่าการเข้าป่าวิ่งเทรลจะมอบประสบการณ์แบบบังคับให้เรานำแค่เพียงไม่กี่อุปกรณ์เท่านั้นเข้าป่าไปด้วย แน่นอนว่างานที่ยังไม่เสร็จ ปัญหาทางใจ ความผิดหวังต่าง ๆ ย่อมถูกวางไว้ที่บ้านเราด้วยเช่นกัน ออกจากป่าเมื่อไหร่เราค่อยพบกันใหม่ เป็นการ take a break

2 ได้ทิ้งการเดินทางแบบเดิม ไปเจอที่ทางใหม่ ๆ

ประชากรวัยทำงานส่วนใหญ่แทบจะอาศัยการเดินทางไปทำงานด้วยถนนเส้นเดิม รถไฟฟ้าสถานีเดิม ลิฟท์แคบ ๆ ตัวเดิม ทว่าการเข้าป่า วิ่งเทรลจะเปิดโอกาสให้เราได้ก้าวเดินไปในเส้นทางใหม่ที่เราไม่เคยผ่านตามาก่อน ซึ่งเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่และทำให้เราต้องมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ลอง ๆ นึกดูว่าจะมีซักกี่เวลากันเชียวในแต่ละวันที่เราได้จดจ่อและมีสมาธิกับเรื่องตรงหน้าจริง ๆ นอกเหนือจากเรื่องงานที่เราเลี่ยงไม่ได้

3 ได้เงียบฟังเสียงเท่าที่จำเป็นจริง ๆ

โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยเสียงรบกวนจำนวนมาก เสียงแจ้งเตือนที่รบเร้า เสียงที่เราไม่ได้อยากได้ยินแต่ก็ต้องจำยอมฟัง ทว่าการได้เดินดื่มด่ำไปกับเสียงของธรรมชาติ เสียงของลมที่กระทบใบไม้ เสียงของน้ำที่ไหลผ่านลำธาร ประกอบกับการตัดขาดจากทุกการแจ้งเตือนที่เรียกร้องความสนใจของเรา เปิดโอกาสให้เราได้ยินเสียงของเราจริง ๆ ได้อยู่กับตัวเองจริง ๆ

4 ได้สัมผัสความเหนื่อยทางกายที่มากกว่าที่ใจเคยเผชิญ

หนึ่งในวิถีปฎิบัติของ Shinrin-yoku คือการ ‘วางกระเป๋าภาระงาน ภาระใจ’ ไว้ที่บ้าน และใช้โอกาสนี้ที่มุ่งเข้าป่าเพื่อเป็นการพักใจซักพัก บางทีเราทุกคนล้วนอยู่ใกล้กับปัญหามากเกินไป การได้มองปัญหาจากที่ไกล ๆ บ้างอาจจะทำให้เราเห็นภาพของปัญหาที่กว้างขึ้น นำมาซึ่งการจัดการที่ดีตามมา แน่นอนว่าการอาบป่าช่วยได้ไม่มากก็น้อย

บางทีถ้าปีนี้คุณผู้อ่านอยากลองทำอะไรใหม่ ๆ สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ในปี 2569
การเดินป่า วิ่งเทรล ลองใช้ชีวิตตามแนวคิด Shinrin-Yoku ก็เป็นตัวเลือกที่ environman อยากจะแนะนำ 🙂

Sinrin Yoku and trail running

อ้างอิง
Japonisme (2018), Erin Niimi Longhurst, HarperCollinsPublishers
Environman

Credit

กฤชพนธ์ ศรีอ่วม

เด็กหนุ่มจากราชบุรี ที่ยังคงลองผิดลองถูกเสมอมา