เมืองเล็ก ๆ ทางตะวันตกของมอนทรีออลรับรองอย่างเป็นทางการว่า “ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสิทธิ” มติสภาเมือง Terrasse-Vaudreuil ของแคนาดาระบุเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า ต้นไม้สมควรได้รับการคุ้มครอง รวมถึงสิทธิในการมีชีวิต เติบโตตามธรรมชาติ ความสมบูรณ์ และการฟื้นฟู
“ต้นไม้ก็เหมือนมนุษย์” Michel Bourdeau นายกเทศมนตรีของเมือง กล่าว “มันหายใจ มันมีชีวิต มันใช้น้ำ มันปกป้องเราจากทุกสิ่ง”

จาก ‘ทรัพย์สินของเมือง’ สู่ ‘ผู้มีสิทธิ’
สิ่งสำคัญที่เปลี่ยนแปลงจริง ๆ คือวิธีคิดของการบริหารเมือง ในอดีต การตัด ย้าย หรือโค่นต้นไม้มักถูกพิจารณาเป็นเรื่องของการจัดการทรัพย์สินสาธารณะ แต่เมื่อเมืองรับรองสิทธิของต้นไม้ ทุกการตัดสินใจก็ต้องชั่งน้ำหนักว่าสิทธิของต้นไม้จะได้รับผลกระทบอย่างไร
นั่นหมายความว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถนน อาคาร หรือโครงการต่าง ๆ จะไม่สามารถมองต้นไม้เป็นเพียงอุปสรรคที่เคลื่อนย้ายได้ง่าย แต่ต้องพิจารณาว่ามีทางเลือกอื่นที่กระทบต่อธรรมชาติน้อยกว่าหรือไม่
ระเบียบระบุไว้อย่างเป็นทางการว่าต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตและเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ ชีวิตบนโลกขึ้นอยู่กับการดำรงอยู่ของต้นไม้ และมนุษย์ต้องกระทำ ‘อย่างเป็นพี่น้องและสามัคคี’ กับต้นไม้เหล่านั้น สิ่งนี้ทำให้เมืองต้องทบทวนกฎและข้อบังคับต่าง ๆ เวลาที่จะตัดสินใจทำอะไรกับต้นไม้ เช่นการเปลี่ยน เคลื่อนย้าย หรือโค่นล้ม
ความคิดริเริ่มของการรับรองนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง Des arbres et des arts (ต้นไม้และศิลปะ) กำกับโดย André Desrochers ซึ่งจุดประกายให้เกิดการถกเถียงวงกว้างถึงสถานะทางกฎหมายของต้นไม้ที่เป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่สิ่งของ
มตินี้ได้รับการรับรองอย่างเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกสภาและได้รับความนิยมจากประชาชนด้วยเช่นกัน ทำให้ Bourdeau ต้องการที่พัฒนาเมืองต่อไปในแนวทางร่วมมือกับธรรมชาติ รวมถึงเสนอต้นไม้ให้ผู้อยู่อาศัยปลูกเพิ่มเติมด้วย

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สภาเทศบาลเมืองแตร์ราสส์-โวดรูอิล รัฐควิเบก ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์รับรองมติหมายเลข 2026-06-111 เรื่อง “พันธสัญญาของเทศบาลในการปกป้องร่มไม้และรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของต้นไม้” (Municipal Commitment to the Protection of the Canopy and the Recognition of the Fundamental Rights of the Tree) เป็นข้อบังคับของเทศบาลเพื่อประกาศรับรองว่าต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสิทธิและกำหนดหลักการที่เมืองต้องยึดถือในการบริหารจัดการต้นไม้
แต่หัวใจสำคัญของสิทธิเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าต้นไม้จะฟ้องศาลเองได้ แต่ในทุกการพัฒนาเมืองหรือการกระทำต่าง ๆ เช่น โค่น ย้าย หรือดัดแปลงต้นไม้ ต้องมีเหตุผลและผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้น โดยคำนึงถึงคุณค่าของต้นไม้ในฐานะสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่เพียงทรัพย์สินของเมือง
สิทธิของต้นไม้ที่ไม่ใช่แค่เพราะต้นไม้ แต่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตมนุษย์
แม้มติดังกล่าวจะพูดถึง “สิทธิของต้นไม้” แต่เหตุผลเบื้องหลังกลับเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของมนุษย์โดยตรง อย่างที่บอกว่าข้อบังคับของเมืองเขียนให้ชีวิตบนโลกพึ่งพาการดำรงอยู่ของต้นไม้ ซึ่งมนุษย์ควรอยู่ร่วมกับต้นไม้ในฐานะ “พี่น้อง” มากกว่าความสัมพันธ์แบบผู้ครอบครองกับทรัพยากร
“ต้นไม้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวอย่างแท้จริง” เขากล่าว “พวกมันช่วยลดเกาะความร้อนในเมือง ปรับปรุงคุณภาพอากาศ จัดการทรัพยากรน้ำอันมีค่า และปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ”
พวกเขายังเน้นย้ำว่าสิ่งเหล่านี้เป็น “โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว” ที่คอนกรีตก็ทำแทนต้นไม้ไม่ได้ ทั้งเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) กรองมลพิษและช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศ ดูดซับและชะลอน้ำฝน ลดความเสี่ยงน้ำท่วม กักเก็บคาร์บอน รวมถึงเป็นถิ่นอาศัยของนก แมลง และสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก

Terrasse-Vaudreuil ไม่ใช่เมืองเดียวที่ให้สิทธิกฎหมายกับธรรมชาติ ในปี 2021 แม่น้ำ Magpie ของควิกเบกได้รับสถานะบุคคลทางกฎหมายซึ่งให้สิทธิแก่แม่น้ำ 9 ประการ เช่น สิทธิในการวิวัฒนาการตามธรรมชาติ ปราศจากมลพิษ และรักษาสภาพความหลากหลายทางชีวภาพตามธรรมชาติ
“เรารู้ว่าบริษัทต่าง ๆ มีบุคลิกและสิทธิตามกฎหมาย ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้มีชีวิตอยู่” Karine Peloffy ทนายความของ Ecojustice กล่าว “ดังนั้น หากสิ่งไม่มีชีวิตสามารถมีสิทธิตามกฎหมายได้ แล้วอะไรจะทำสิ่งมีชีวิตได้รับสิทธิตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกันไม่ได้บ้าง?”
ที่มา
https://www.cbc.ca/news/canada/montreal/terrasse-vaudreil-quebec-tree-rights-9.7243634