‘ใส่ใจต่อโลก แทรกอยู่ในทุกดีเทล’ แนวคิดของ SC Asset ที่ออกแบบโครงการให้ทั้งฟังก์ชั่นและยั่งยืนไปพร้อมกัน

ในวันที่บ้านไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่อยู่อาศัยอีกต่อไป

ในยุคที่โลกหมุนเร็วและผู้คนต่างมีภาระความเครียดให้ต้องแบกรับมากขึ้น บ้าน ยังคงเป็นสถานที่พักใจให้เราได้กลับมาพักพิงและหนีห่างจากโลกที่วุ่นวายได้เสมอ ๆ แล้วจะดีกว่าไหม ถ้าบ้านไม่ใช่แค่สถานที่หลับพักผ่อนอย่างเดียว แต่เป็นสถานที่ที่มีการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราอย่างชัดเจนและมีจุดยืนในการสนับสนุนความยั่งยืนอย่างลงมือทำจริงผ่านรายละเอียดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำของพื้นที่บ้านแต่ละหลัง

ปัจจุบัน บ้านที่ออกแบบให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือ Eco-friendly Home เป็นสิ่งที่ถูกให้ความสำคัญมากขึ้น ทั้งในแง่การส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อเองและการพยายามขับเคลื่อนของเหล่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พากันไปถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในอนาคตให้ได้

หนึ่งในกรณีที่น่าสนใจคือ SCeroMission ภารกิจเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกผ่านทุกกระบวนการของ SC Asset เพื่อนำไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 100,000 ตันภายใน 5 ปี โดย SC นั้นเชื่อว่าเรื่องของการใส่ใจต่อโลกนั้นอยู่ในทุกดีเทลและภารกิจนี้จะสำเร็จได้ก็ต้องเริ่มจากทุกคน 

ว่าแล้วก็พามาดูความใส่ใจต่อโลกที่แทรกอยู่ในทุกดีเทลกัน

ดีไซน์ที่ไม่ใช่แค่ทำให้บ้านสวยขึ้น แต่ตอบโจทย์การอยู่ที่ดีต่อสุขภาพกายใจ 

การจะทำให้บ้านหลังหนึ่งเป็นบ้านที่ ใส่ใจโลก ได้ก็คงจะต้องเริ่มจากการใส่ใจตัวเองที่ทำให้เกิดความสะดวกสบายและสร้างความยั่งยืนได้ในระยะยาว สิ่งหนึ่งที่ SC Asset ให้ความสำคัญคือการเป็นบ้านที่สวยด้วยและต้องฟังก์ชั่นด้วย ดีต่อโลกและดีต่อผู้อยู่อาศัยเอง

จุดไฮไลต์แรกของบ้านที่เป็นเหมือนเจ้าบ้านโผล่หน้ามาทักทายเราก็เห็นจะเป็น ‘หน้าต่างบานใหญ่โล่ง’ ที่ออกแบบมาให้รับแสงธรรมชาติ อีกความพิเศษคือกระจกในบ้านทั้งหลังจะใช้เป็น ‘กระจกเขียวตัดแสง’ ที่จะช่วย ซึ่งมุมที่มองออกไปจะเป็นพื้นที่สวนหย่อมข้างบ้านที่ผู้อยู่อาศัยสามารถตกแต่งดัดแปลงได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบ 

อีกทั้ง การออกแบบให้บ้านมีอุณหภูมิเย็นลง ให้ความสำคัญกับอากาศหมุนเวียนถ่ายเทได้ดีในบ้าน โดยในบ้านจะมีระบบ Active AIR Quality ที่ช่วยเติมและกรองอากาศดีเข้าบ้านตั้งแต่แรกด้วยระบบ Supply Air Ventilator ช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 กลิ่นไม่พึงประสงค์ รวมถึงเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อโควิด-19 ได้

รวมถึงมีการใช้อิฐมวลเบาคิวคอนในการก่อสร้างทั้งหลังที่จะช่วยประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟได้ถึง 30 % รวมถึงมีคุณภาพแข็งแรง ทนทาน คุ้มค่าต่อการใช้งานในระยะยาว

วัสดุที่เป็นมิตรทั้งคนและโลก

บ้านในโครงการของ SC Asset ได้เลือกใช้สีทาบ้าน LOW VOC 100% ที่มีการปล่อยสารระเหยอินทรีย์ต่ำในทุกโครงการ มีความปลอดภัยต่อผู้อาศัย หายใจได้อย่างสะดวกและไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งจะลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจากมลพิษเหล่านี้ เช่น ระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท

รวมถึงเหล็กเส้นที่ใช้โครงการยังเป็นเหล็กเส้นยี่ห้อ ทาทา ที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและถือเป็นกระบวนการรีไซเคิลเหล็กที่ดีที่สุดในปัจจุบัน รายละเอียดนับตั้งแต่เชิงโครงสร้างเช่นนี้จะช่วยลดปริมาณเหล็กในการก่อสร้าง และมีการใช้เหล็กขึ้นรูปตัดและดัดเพื่อลดการสั่งเหล็กเกินความจําเป็นในการใช้งาน

พื้นที่สีเขียวในโครงการ

ขยับออกมาอีกสักหน่อย พื้นที่คลับเฮาส์ในโครงการที่จะให้ผู้อาศัยสามารถออกมาใช้เวลาพักผ่อนหย่อนใจได้ เช่น ออกกำลังกาย ใช้พื้นที่ห้องประชุม Co-working Space ว่ายน้ำ หรือจะมาเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ สัมผัสธรรมชาติที่สวนของคลับเฮาส์ก็ได้เช่นกัน 

การมีพื้นที่สีเขียวเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดอุณหภูมิความร้อนและดูดซับมลพิษทางอากาศ แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการเป็น ‘แหล่งพักใจ’ ให้ผู้คนมาใช้เวลาลดความเครียดและสร้างความรู้สึกผ่อนคลายจากพื้นที่สีเขียวได้ อีกทั้งพื้นที่คลับเฮาส์ยังเป็นการตอบโจทย์ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ระบุว่า ประชาชนควรสามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวสาธารณะได้ภายในระยะ 5 นาที หรือประมาณ 300-500 เมตร จากที่อยู่อาศัย และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ว่า ประชาชนควรมีพื้นที่สีเขียวอย่างน้อย 9 ตารางเมตรต่อคน ซึ่งหลาย ๆ เมืองทั่วโลกยังคงมีค่าเฉลี่ยที่ต่ำกว่านี้อยู่ รวมถึงกรุงเทพฯ ​เองก็เช่นกัน ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 7.6 ตารางเมตร/คน ซึ่ง กทม. ก็มีเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ 10 ตารางเมตรต่อคน ภายในปี 2030

ทุกดีเทลสู่ภาพใหญ่ด้วยสมดุลที่ดีต่อเราดีต่อโลก

ท้ายที่สุด การจะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ลดผลกระทบต่อโลกนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มีความร่วมมือและความตั้งใจจากทุกส่วน หรือทำให้เรื่องของการรักษ์โลกกลายเป็นเรื่องที่เบียดเบียนตัวเองมากเกินไป SC Asset จึงให้ความสำคัญกับทั้งการสร้างความยั่งยืนผ่านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้างคุณค่าให้กับผู้คน ให้บ้านยังคงเป็นพื้นที่แห่งความสบายใจและความสุขของผู้อยู่ ดีเทลเหล่านี้จึงออกมาจากการใส่ใจและจะนำไปสู่เป้าหมายสำคัญ SCero Mission ที่จะลด GHG ให้ได้ 100,000 ตันคาร์บอน ภายใน 5 ปี และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2065

ในวันที่โลกหมุนไปอย่างรวดเร็วในแต่ละวัน ผู้คนตื่นตัวเรื่องความยั่งยืนและให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตทั้งด้านสุขกายและสุขภาพใจมากขึ้น จึงทำให้ ‘บ้าน’ ไม่ใช่แค่สถานที่หลับพักผ่อนอย่างเดียว แต่เป็นสถานที่ที่ให้อะไรพวกเขามากกว่านั้น นำมาสู่การเลือกอสังหาริมทรัพย์ที่มีจุดยืนในการสนับสนุนความยั่งยืนอย่างลงมือทำจริงและการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของพวกเขาไปพร้อม ๆ กันด้วย

No tags found for this post.

Credit

Environman

Environman คือหนึ่งในสื่อออนไลน์ที่นำเสนอปัญหาสิ่งแวดล้อม เป้าหมายคืออยากทำให้โลกใบนี้ดีขึ้น ไม่เฉพาะการเป็นสังคมออนไลน์ที่แข็งแกร่ง แต่หวังให้ความรู้นำไปสู่การลงมือทำเพื่อเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้จริง