ทำความรู้จัก “โคไคคุจิ” พื้นที่สาธารณะฝีมือเอกชน เพื่อประชาชน

Privately Owned Public Space (POPS)
เมื่อเมืองเติบโต ไปพร้อมกับพื้นที่สาธารณะ

‘โคไคคุจิ’ หรือ ‘POPS’ พื้นที่สาธารณะแก่ประชาชนโดยเอกชน ที่ไม่ได้ทำให้ฟรีเพราะเมตตา

ช่วงนี้ประเทศไทยเข้าใกล้ช่วงเลือกตั้ง ประจวบเหมาะกับที่ Environman ไปเจอเนื้อหาจากหนังสือเกี่ยวกับพื้นที่สาธารณะเพื่อคนเมืองที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมาพอดี บทความนี้เลยจะพาไปรู้จัก Privately Owned Public Space (POPS) หรือที่เรียกกันในภาษาญี่ปุ่นว่า ‘โคไคคุจิ’ เผื่อที่ว่าที่ผู้มีอำนาจในรัฐบาลชุดใหม่ผ่านมาเห็นจะหยิบจับอะไรไปใช้ได้บ้าง

โคไคคุจิ หรือ POPS คือพื้นที่สาธารณะโดยมีเอกชนเป็นเจ้าของ เป็นพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอาคารที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาใข้งานเป็นพื้นที่สาธารณะ โดยอาจจะเป็นทั้งในรูปแบบทางเดินยาว, ที่กว้าง ๆ มีต้นไม้สูงรายล้อม, เป็นสวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้พร้อมเก้าอี้นั่งพักผ่อนหน้าตึกในย่านธุรกิจ ฯลฯ

ไอเดียของ POPS เกิดขึ้นในช่วงปี 1971 ณ ย่านชินจูกุในโตเกียว โดยเป็นไอเดียที่ญี่ปุ่นได้รับแรงบรรดาลใจจากมหานครนิวยอร์กในช่วงปี 1960 ปีที่เมืองกำลังพัฒนาไปสู่ใจกลางแห่งเศรษฐกิจโลก

และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เราก็จะพบเห็น POPS ในบริเวณย่านธุรกิจในหัวเมืองใหญ่ ๆ ทั่วญี่ปุ่น ย่านที่เต็มไปด้วยตึกสูง ย่านที่มีการกระจุกตัวของตึกหรืออาคารขนาดใหญ่ เช่น โตเกียว โอซาก้า นาโกย่า เกียวโต ฟุกุโอกะ โยโกฮาม่า และซัปโปโร หมายความว่าการที่ POPS อยู่ในพื้นที่เหล่านี้ก็เพื่อทดแทนการหายไปของพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะของเมืองนั่นเอง !

ลอกนึกภาพของเมืองที่เติบโต กลายเป็นย่านเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยตึกสูงและอาคารขนาดใหญ่
แต่ก็ได้พื้นที่สาธารณะ พื้นที่สีเขียวตามตึกสูงที่เข้ามาสร้างบาลานซ์ให้กับชีวิตของผู้คนเมือง

ภาพ Tokyo Weekender

ทำไมภาคเอกชนใจดี ทำพื้นที่สาธารณะให้คนใช้ฟรี ๆ

ทำไมภาคเอกชน เจ้าของตึก เจ้าของโครงการถึงแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งมาให้ประชาชนใช้งานฟรี ๆ กันนะ ?

ผู้เขียนหนังสือ ‘Loveable Japan เมืองนี้ที่(คน)รัก’ อธิบายถึงเรื่องนี้ได้อย่างตรงไปตรงมาว่า

“ไม่ใช่เพราะความเมตตาแต่อย่างใด”

ใช่แล้ว ไม่มีใครทำอะไรให้ฟรี ๆ เสมอไป เรื่องนี้เป็นเพราะภาคเอกชนได้รับผลตอบแทนจากภาครัฐ การที่ภาคเอกชน เจ้าของตึก เจ้าของโครงการแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งมาทำพื้นที่สาธารณะ ก็จะทำให้เจ้าของตึกนั้น ๆ โครงการนั้น ๆ ได้รับอนุญาตจากภาครัฐให้สามารถสร้างตึกที่ “สูงขึ้น” ได้ นำไปสู่การปล่อยเช่า และสร้างรายได้ในรูปแบบอื่น ๆ ตามมา

หรือถ้าตึกไหน อาคารไหนไม่สามารถต่อเติมให้สูงขึ้นอีกได้ ก็จะได้รับการตอบแทนเป็นการ “ยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” เป็นการทดแทน ซึ่งมาตรการเหล่านี้ล้วนเป็นแรงจูงใจจากภาครัฐแก่ภาคเอกชน

ภาพ Tokyo Weekender

สุดท้ายทุกคนได้ประโยชน์แบบ วิน-วิน

POPS กลายเป็นพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สีเขียวให้ประชากรในประเทศที่ได้ชื่อว่าทำงานเครียดมากที่สุดของโลกได้มาพักผ่อนหย่อนใจ ถ้าทำงานเครียด ๆ ตอนพักเที่ยงก็ลงจากตึกมานั่งกินข้าวเงียบ ๆ คนเดียวตรงพื้นที่สีเขียวตรงนี้แหละ

ในขณะที่ภาครัฐก็ไม่ต้องมาลงทุนในการสร้างพื้นที่สาธารณะ ไม่ต้องคอยดูแลรักษาปล่อยให้เอกชนเจ้าของพื้นที่ดูแลไป ภาคเอกชนก็ได้สิทธิประโยชน์ที่จะนำไปสู่การสร้างรายได้เพิ่มหรือแม้แต่ลดรายจ่ายจากภาษี ในขณะที่เมืองก็ได้รับประโยชน์ไปด้วยจากการมีพื้นที่สีเขียวดูดซับมลพิษจากทั้งทางอากาศและเสียง

ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์กันแบบ วิน-วิน

เป็นที่น่าสนใจว่าถ้าประเทศไทยเรามีมาตรการแบบนี้มาใช้บ้างในหัวเมืองใหญ่ และเป็นการแข่งกันทำให้ออกมาสวยงามจากฝีไม้ลายมือภาคเอกชน ไม่ใช่แข่งกันเปิดห้างสรรพสินค้าใหม่ ๆ แบบนี้คนในเมืองย่านเศรษฐกิจและตัวเมืองเองจะได้ประโยชน์มากแค่ไหนกันนะ

อ้างอิง
Loveable Japan เมืองนี้ที่(คน)รัก. (2566). ปริพนธ์ นำพบสันติ. สำนักพิมพ์ broccoli

Credit

Environman

Environman คือหนึ่งในสื่อออนไลน์ที่นำเสนอปัญหาสิ่งแวดล้อม เป้าหมายคืออยากทำให้โลกใบนี้ดีขึ้น ไม่เฉพาะการเป็นสังคมออนไลน์ที่แข็งแกร่ง แต่หวังให้ความรู้นำไปสู่การลงมือทำเพื่อเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้จริง