ลมหนาว…กับฝุ่นที่ไม่เคยหายไป
แม้เข้าสู่ช่วงปลายปีที่ควรจะหนาว แต่ฟ้ากลับยังครึ้มฝน นี่อาจเป็นสัญญาณว่า “โลกกำลังรวน”
แต่สิ่งไม่พึงประสงค์หนึ่งที่มักจะติดสอยห้อยตามมากับฤดูหนาวก็คือ ‘ฝุ่น PM 2.5’ ซึ่งเป็นมลพิษขนาดเล็ก แต่กลับสร้างผลกระทบที่ไม่ได้เล็กเหมือนขนาดของมัน ในบทความนี้ Environman ร่วมกับ Prudential บอกเล่าเกี่ยวกับที่มาและผลกระทบของฝุ่น PM 2.5 เพื่อเตรียมรับมือฝุ่นที่อาจมาเยือนเร็ว ๆ นีั้
ต้นปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ต้องเจอกับค่าฝุ่นเกินมาตรฐานจนโรงเรียนหลายร้อยแห่งต้องปิดชั่วคราว ภาครัฐและเอกชนต้องปรับวิถีการทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นโดยตรง จากวันนั้นถึงวันนี้ แม้ปัญหาฝุ่นจะไม่ได้ดูหนักเท่ากับช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันยังคงอยู่ กำลังซุ่มมองจากมุมมืดที่มองไม่เห็นรอวันกลับมาคุกคามสุขภาพของพวกเราอีกครั้ง
แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้เรามีหนึ่งเครื่องมือในการรับมืออย่างเป็นระบบ ซึ่งก็คือ ‘พ.ร.บ. อากาศสะอาด’ ที่อยู่ในกระบวนการของสภา และหากเรากำลังมุ่งเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วจริง ๆ เราจะรับมือกับศัตรูที่มองไม่เห็นนี้อย่างไร ขอชวนทุกคนไปทำความรู้จักกับฝุ่นขนาดเล็กที่มีชื่อว่า PM 2.5 มาดูกันว่ามันทำอะไรเราได้บ้าง และในทางกลับกันเราทำอะไรมันได้บ้างเช่นกัน

ศัตรูที่มองไม่เห็น กับผลกระทบที่เห็นได้เต็มตา
เรื่องฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องใหม่ไกลตัว เชื่อว่าทุกคนน่าจะคุ้นเคยกับมันบ้างแล้ว ฝุ่น PM 2.5 มีต้นตอมาจากหลายสาเหตุมากปัจจัยที่ผสมกันเป็นวงจร แต่ละพื้นที่ แต่ละภูมิภาค อาจมีที่มาของฝุ่นที่แตกต่างกันออกไป อย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนมากฝุ่นจะมาจากควันรถยนต์ ยิ่งในวันที่รถติดหนักๆ ก็ยิ่งมีมลพิษสูง ในภาคเหนือส่วนมากฝุ่นจะมาจากการเผาทางการเกษตร รวมถึงฝุ่นควันที่ข้ามพรมแดนมาจากเพื่อนเบาที่มีการเผาเช่นเดียวกัน ในช่วงที่อากาศแห้ง ภาคเหนือยังมีโอกาสที่จะเกิด ‘ไฟป่า’ ได้ง่าย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดฝุ่นในปริมาณมาก
มีข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขในปี 2566 ระบุว่า มีผู้ป่วยจากโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศถึง 10.5 ล้านคน ซึ่งพบมากที่สุดในภาคเหนือ รองลงมา คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และ กรุงเทพฯ โรคเหล่านี้มาในรูปแบบของโรคทางเดินหายใจ โรคตาและผิวหนังอักเสบ
ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อสุขภาพของคนทุกกลุ่ม แต่กลุ่มที่มีความเสี่ยงมากคือกลุ่มเด็กและเยาวชน มีงานวิจัยจาก PMC ฐานข้อมูลงานวิจัยด้านชีวการแพทย์ พบว่า การสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 ทำให้เด็กเสี่ยงสูงที่จะมีปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจ รวมถึงอาจกระทบต่อการพัฒนาการของปอดและสมองอีกด้วย
ในกลุ่มผู้ใหญ่และวัยทำงาน ปัญหาของฝุ่นถูกเชื่อมโยงกับโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ หลอดเลือด ความดันโลหิตสูง โรคปอดเรื้อรัง และเบาหวาน มากไปกว่านั้นมันยังส่งผลต่อการ ‘Burnout’ ของเราได้ด้วย

จริงอยู่ที่ว่าอาการ ‘สมองล้า (Brain Fog)’ ในแต่ละวัน ส่วนหนึ่งอาจมาจากการทำงานหนัก พักผ่อนน้อย หรือทั้งสองอย่างรวมกัน แต่ มลพิษทางอากาศ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยอยู่เบื้องหลังอาการเหล่านี้ งานวิจัยปัจจุบันชี้ว่า การสูดอากาศที่มีมลพิษสูงสามารถรบกวนการทำงานของสมอง จนนำไปสู่อาการคิดอะไรไม่ออก ขาดสมาธิ และเหนื่อยล้าได้จริงๆ
จะเห็นได้ว่าปัญหาฝุ่นไม่ใช่เรื่องเล็ก ดังนั้นสิ่งที่เราต้องการคือเครื่องมือที่จะมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง หนึ่งในนั้นคือ ‘กฏหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) ที่ถูกพูดถึงมาเป็นระยะเวลาหลายปีและตอนนี้กำลังเป็นความหวังสำคัญของประเทศไทยที่จะช่วยให้เรามีกรอบจัดการมลพิษที่ชัดเจน มีมาตรการเชิงรุก มีมาตรฐานการคุ้มครองสุขภาพประชาชน มีบทลงโทษต่อผู้ปล่อยมลพิษ เครื่องมือนี้อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้สิทธิพื้นฐานกลับคืนมาอีกครั้ง

พ.ร.บ. อากาศสะอาด: ลมหายใจของทุกคน
ร่าง “กฎหมายอากาศสะอาด” คือก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะจะสร้างระบบจัดการมลพิษที่ชัดเจน โปร่งใส และมีบทลงโทษต่อผู้ปล่อยมลพิษ หนึ่งในส่วนสำคัญของร่างนี้คือการมีระบบข้อมูลที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ และหากค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน หน่วยงานรัฐต้องประกาศมาตรการคุ้มครองทันที
รวมไปการถึงจัดตั้ง “กองทุนอากาศสะอาด” เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
ข่าวที่น่ายินดีคือในขณะที่เรากำลังอ่านบทความนี้ ร่างกฏหมายอากาศสะอาดอยู่ในกระบวนการของสภาแล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณารายมาตรา แม้จะยังคงต้องใช้เวลาในการพิจารณา แต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่สังคมได้มีแรงสนับสนุนจากทั้งภาคประชาชน นักวิชาการ และหน่วยงานรัฐ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทยที่อาจทำให้เรากล้าหายใจเต็มปอดได้อีกครั้ง

รับมืออย่างไรในยุคที่อากาศยังไม่สะอาด?
- ป้องกันตนเอง: ตรวจสอบค่าฝุ่นผ่านแอปหรือเว็บไซต์เป็นประจำ หากสูงเกินมาตรฐานควรสวมหน้ากาก N95 หรือหน้ากากกันฝุ่นคุณภาพสูงทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่อากาศแย่ และดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ
- ลดการสร้างมลพิษ: มีส่วนร่วมลดฝุ่นควันด้วยการใช้ระบบขนส่งสาธารณะหรือรถยนต์ไฟฟ้าแทนรถยนต์ส่วนบุคคลเมื่อเป็นไปได้ ประหยัดพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน เพื่อลดการปล่อยก๊าซและฝุ่นจากการผลิตพลังงาน งดการเผาขยะหรือเศษวัสดุต่างๆ ที่จะเพิ่มฝุ่นในอากาศ
- สนับสนุนนโยบายสาธารณะ: ติดตามข่าวสารและให้การสนับสนุนมาตรการจากทางภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการขยายพื้นที่สีเขียว การควบคุมมลพิษจากโรงงาน หรือการยกระดับมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงร่วมกันผลักดันให้กฎหมายอากาศสะอาดเกิดขึ้นจริง เพื่อที่เราจะมีเครื่องมือทางกฎหมายมาคุ้มครองสิทธิในการหายใจของพวกเราทุกคน
- สร้างความตระหนักรู้ในชุมชน: แบ่งปันข้อมูลความรู้เรื่องภัยของ PM2.5 ให้คนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือที่โรงเรียน ยิ่งคนตระหนักถึงปัญหามากเท่าไร ความร่วมมือในการลงมือแก้ไขก็จะยิ่งเกิดขึ้นมากเท่านั้น
การต่อสู้กับฝุ่น PM2.5 อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายและแก้ไขได้ทันที เพราะมันต้องอาศัยความร่วมมือในหลายระดับและการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของสังคม แต่หากพวกเราทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน เริ่มต้นลงมือคนละเล็กคนละน้อยตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะในฐานะประชาชนคนหนึ่งหรือในบทบาทองค์กรใหญ่ เชื่อว่าเราจะค่อยๆ เปลี่ยน “ศัตรูที่มองไม่เห็น” ตัวนีให้กลายเป็นอดีตได้ในสักวันข้างหน้า และคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กลายเป็น มาตรฐานชีวิตปกติ ที่คนไทยทุกคนพึงได้รับอย่างแท้จริง
แหล่งอ้างอิง
- “Air pollution illnesses in Thailand hit 12.3 M in 2024, North worst: NESDC” – สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDC) (nationthailand)
- “Estimated 13.6 million children in Thailand highly exposed to PM2.5: UNICEF” (UNICEF)
- “Will PM2.5: When it’s unsafe to breathe in Bangkok, Thailand” – research article on sources & health burden of PM2.5 in Thailand (PMC)
- “PM2.5 risk perception and associated with preventive behaviours in urban Thailand” – research by T Luangwilai et al. (Nature)
- “Health impacts and risk assessment of PM2.5 and PM10 at … Thailand” – journal article (ScienceDirect) (ScienceDirect)
- “จะเกิดอะไร? เมื่อร่างกายเจอ ‘ฝุ่น PM 2.5’” – ไทยพีบีเอส (Thai PBS) (Thai PBS)
- “รายงานคุณภาพอากาศและค่า PM2.5 ประจำวัน” – Thai PBS (รายงานสถานการณ์จริงแบบเรียลไทม์) (Thai PBS)
- “Bangkok, 8th most polluted city in the world today” – Thai PBS World (Thai PBS World)