เมื่อฟันของฉลามกำลังจะอ่อนแอลงเพราะน้ำทะเล
ฉลามคือสัตว์ที่อยู่ชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหารในมหาสมุทร แทบจะไม่มีสัตว์ชนิดไหนต่อกรกับฉลามและฟันของฉลามได้ ทว่าเราทุกคนต่างรู้ดีว่า “น้ำ” ในมหาสมุทรปัจจุบันไม่เหมือน้ำของมหาสมุทรเมื่อหลายสิบปีก่อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษที่ก่อโดยมนุษย์สร้างผลกระทบต่อเรื่องนี้
สิ่งมีชีวิตในท้องทะเลทุกชนิดล้วนได้รับผลกระทบไม่เว้นแม้แต่ฉลาม และผลกระทบนี้กำลังเกิดขึ้นกับ “ฟัน” อาวุธสำคัญของฉลามทุกตัว ตอนนี้นักวิทยศาสตร์กำลังทดลอง ประเมิน และตั้งข้อสังเกตุว่า มีบางอย่างกำลังเกิดขึ้นกับอาวุธของนักล่าชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหารแห่งมหาสมุทร
มีการศึกษาชิ้นหนึ่งของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันที่ทดสอบผลกระทบของมหาสมุทรที่มีความเป็นกรดมากขึ้นต่อฟันของฉลาม โดยเป็นการนำเอาฟันฉลามกว่า 600 ซี่ ไปแช่ในน้ำจากมหาสมุทรของโลกตอนนี้ และน้ำจากมหาสมุทรที่มีระดับความเป็นกรดที่อาจเกิดขึ้นในปี 2300 ผลปรากฎว่าฟันฉลามมีรอยแตกและรู พบการกัดกร่อนของรากฟัน และการเสื่อมสภาพของโครงสร้างของฟัน
หมายความว่า เมื่อน้ำในมหาสมุทรมีความเป็นกรดมากขึ้น ฟันของฉลามก็จะอ่อนแอลงและแตกหักง่ายขึ้น
เมื่อผลทดลองเป็นดังนี้ เราอาจคาดเดาได้ว่าฟันของฉลามในยุคก่อน กับฟันของฉลามตอนนี้ไม่เหมือนกัน เพราะเมื่อหลายสิบปีก่อนน้ำในมหาสมุทรไม่ได้มีความเป็นกรดเท่าตอนนี้
นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องนี้อธิบายเพิ่มเติมว่าไม่ใช่ว่าฉลามจะฟันหัก ฟันหลอ ชั่วข้ามคืน ทว่าก็ไม่ใช่ว่าจากนี้ฟันของฉลามจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากน้ำที่มีความเป็นกรดมากขึ้นจากฝีมือและการกระทำของมุนษย์
การศึกษาถึงน้ำทะเลที่มีความเป็นกรดมากขึ้นเป็นประเด็นที่นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์ให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ระบุว่า การเป็นกรดของมหาสมุทรเกิดขึ้นจากมหาสมุทรดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศที่มากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ยังคาดการณ์ว่ามหาสมุทรจะมีสภาพเป็นกรดมากขึ้นอีกเกือบ ๆ 10 เท่าของที่เป็นอยู่ปัจจุบันภายในปี 2300
และต้องไม่ลืมข้อเท็จจริงที่ว่าความเป็นกรดของมหาสมุทรจะสร้างผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ นอกเหนือฉลามด้วย โดยเฉพาะสัตว์เปลือกแข็ง หรือแม้แต่ทำให้เกร็ดของปลาบางชนิดอ่อนแอลง
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษทางทะเลไม่ปราณีใคร ไม่แม้แต่นักล่าชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหาร
ที่มา: EURO NEWS