ปลายเดือนพฤษภาคม ปี 2026 ที่ผ่านมา หลายประเทศในยุโรปตะวันตกเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย และในช่วงเวลาเดียวกัน พื้นที่ส่วนมากในมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนก็บันทึกอุณหภูมิผิวน้ำทะเลนั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยเช่นกัน

ภาพจากข้อมูลของ Copernicus Marine Service ที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลทางทะเลของสหภาพยุโรป แสดงความผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในวันที่ 30 พฤษภาคม 2026
พื้นที่ใน “สีแดง” และ “สีแดงเข้ม” แสดงถึงน้ำที่มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งขยายไปตามชายฝั่งทางเหนือและตะวันตกของฝรั่งเศส รวมถึงบางส่วนของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก ซึ่งมีความผิดปกติเกิน 5°C เหนืออุณหภูมิปกติสำหรับช่วงเวลานี้ของปี
หลายประเทศในยุโรปกำลังเตรียมรับมือกับฤดูร้อนที่อาจร้อนรุนแรงกว่าปกติ หลังจากฤดูใบไม้ผลิปี 2026 สร้างสถิติอุณหภูมิสูงสุดในหลายพื้นที่ และส่งสัญญาณว่าทวีปยุโรปอาจเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงอีกครั้งในช่วงเดือนข้างหน้า
[ ฤดูใบไม้ผลิที่หายไปในยุโรป ]
สำหรับชาวยุโรป ฤดูใบไม้ผลิคือหนึ่งในช่วงเวลาที่ได้รับการรอคอยมากที่สุดของปี หลังจากผ่านฤดูหนาวอันยาวนาน ผู้คนจะเริ่มออกมาใช้ชีวิตกลางแจ้งอีกครั้ง สวนสาธารณะเต็มไปด้วยผู้คนที่มานั่งอ่านหนังสือ ปั่นจักรยาน หรือพบปะสังสรรค์ตามคาเฟ่ริมถนน อากาศที่เย็นสบายราว 15-25 องศาเซลเซียส ทำให้ฤดูนี้กลายเป็นฤดูแห่งการเดินทาง การพักผ่อน และการใช้ชีวิตนอกบ้าน

โดยปกติฤดูใบไม้ผลิในยุโรปจะอยู่ในช่วงมีนาคม–พฤษภาคม ซึ่งสภาพอากาศจะเปลี่ยนผ่านจากหนาวสู่ร้อน ค่อย ๆ อุ่นขึ้น แต่ในปีนี้คลื่นความร้อนกลับเกิดขึ้นเร็วขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ทั้งที่ปกติจะมาในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม
ตลอดเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลายประเทศในยุโรปตะวันตกเผชิญอากาศร้อนผิดฤดูกาล โดยมวลอากาศร้อนจากแอฟริกาเหนือเคลื่อนตัวขึ้นมาปกคลุมภูมิภาคจนเกิดปรากฏการณ์ “โดมความร้อน” ที่กักเก็บความร้อนไว้เหนือพื้นที่และทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ย ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ประเทศต่าง ๆ เช่น ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร โปรตุเกส ต่างมีอุณหภูมิที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่กรุงลอนดอนมีอุณหภูมิแตะ 35.1 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดที่เคยวัดได้ในเดือนนี้ของประเทศอังกฤษ
ในบางพื้นที่ของยุโรปใต้ ความร้อนและความแห้งแล้งที่มาเร็วกว่าปกติยังส่งผลต่อการเกษตร การจัดการน้ำ และการท่องเที่ยว เมืองที่เคยดึงดูดนักเดินทางด้วยอากาศสบายในฤดูใบไม้ผลิ กำลังเผชิญกับวันที่ร้อนจัดจนกิจกรรมกลางแจ้งหลายอย่างต้องถูกจำกัด
นอกจากตัวเลขของอุณหภูมิ อีกหนึ่งตัวเลขที่เป็นตัวยืนยันวิกฤตครั้งนี้คือรายงานผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนในสเปนมีมากกว่าร้อยรายในพฤษภาคมเดือนเดียว
นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงคลื่นความร้อนครั้งหนึ่ง แต่เป็นสัญญาณของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง เมื่อเส้นแบ่งระหว่างฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนเริ่มเลือนรางลง และฤดูที่เคยเป็นช่วงเวลาแห่งความสบายของผู้คน กำลังกลายเป็นอีกฤดูหนึ่งที่ต้องเตรียมรับมือกับอากาศสุดขั้ว
ที่มา