ในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ น่านน้ำทะเลไทยได้พบกับข่าวดีและข่าวร้ายในเวลาเดียวกัน เมื่อ 13 มกราคม 2569 มีรายงานว่าพบซากวาฬมีจะงอยปาก เพศผู้ ขนาดความยาว 5 เมตร 88 เซนติเมตร เกยตื้นบริเวณปากแม่น้ำพังราด ตำบลช้างข้าม อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี โดยในความสูญเสียนั้นตามมาด้วยการค้นพบครั้งใหญ่ เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่มีการปรากฏตัวของวาฬปากจะงอยชนิด Longman’s beaked whale (Indopacetus pacificus) ในประเทศไทย
วาฬปากจะงอยลองแมน สัตว์ซีเคร็ทน้ำลึก
หากจะบอกว่าวาฬชนิดนี้เป็นวาฬซีเคร็ทก็คงจะไม่ผิด เพราะแม้แต่สถานะประชากรของพวกมันเองก็ยังไม่สามารถถูกประเมินได้ เนื่องจากพบเห็นในท้องทะเลได้ยากและมีข้อมูลไม่เพียงพอ รวมถึงพฤติกรรมการกินอาหารและเหยื่อยังคงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด
วาฬปากจะงอยลองแมน (Longman’s beaked whale) หรือที่รู้จักกันในชื่อ วาฬลองแมน / วาฬเขี้ยวลองแมน / วาฬปากขวดเขตร้อน / วาฬปากจะงอยอินโด-แปซิฟิก” เป็นหนึ่งในวาฬที่หายากในวงศ์วาฬปากจะงอย โดยทั่วไป มีถิ่นอาศัยอยู่ในน่านน้ำลึกของเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก

(Photo: NOAA Fisheries)
ในอดีต วาฬชนิดนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้นจากกะโหลกเพียงสองชิ้นที่พบบนชายหาด ชิ้นแรกพบในออสเตรเลียในปี 1882 และได้รับการอธิบายในเวลาต่อมาโดย เอช.เอ. ลองแมน ผู้เป็นที่มาของชื่อวาฬชนิดนี้ และชิ้นที่สองพบในแอฟริกาในปี 1955 จนกระทั่งในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ที่ข้อมูลทางพันธุกรรมและสัณฐานวิทยาถูกนำมาใช้เพื่อเชื่อมโยงกับตัวอย่างอื่นๆ ที่ถูกพบเห็นในทะเลและถูกคลื่นซัดมากขึ้นจนทำให้เกิดคำอธิบายที่สมบูรณ์เกี่ยวกับวาฬปากจะงอยลองแมนมากขึ้น
พวกมันมักถูกพบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ โดยเฉลี่ย 10-20 ตัว แต่บางครั้งก็พบเห็นในกลุ่มใหญ่กว่านั้นถึง 100 ตัว และบางครั้งก็อยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลชนิดอื่น เช่น วาฬนำร่อง โลมาสปินเนอร์ และโลมาปากขวด การดำน้ำอาจกินเวลาตั้งแต่ 14 ถึง 33 นาที และมีการสังเกตเห็นว่าพวกมันว่ายน้ำหนีเรือสำรวจอย่างรวดเร็ว

วาฬปากจะงอยลองแมนมักอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ (Photo: NOAA Fisheries)
สำหรับพฤติกรรมการหาอาหาร แม้จะยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เหล่านักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอาจมีลักษณะคล้ายกับวาฬปากจะงอยชนิดอื่นซึ่งดำน้ำลึกเพื่อหาอาหาร และการวิเคราะห์อาหารในกระเพาะของวาฬปากจะงอยลองแมนที่เกยตื้นตัวหนึ่งบ่งชี้ว่า สัตว์จำพวกเซฟาโลพอด (เช่น ปลาหมึกและปลาหมึกยักษ์) เป็นส่วนประกอบหลักของอาหารของวาฬตัวนั้น

ซากวาฬปากจะงอยลองแมนที่ถูกพบครั้งแรกในไทย เมื่อ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา
(Photo: กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง)
ครั้งแรกที่พบวาฬปากจะงอยลองแมนในน่านน้ำไทย
จากการชันสูตรซากวาฬปากจะงอยเกยตื้นนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งระบุว่าพบบาดแผลจากการกัดของฉลามคุกกี้คัตเตอร์หลายจุด และภายในแผลพบเหาวาฬ (whale lice) เกาะอยู่จำนวนมาก ชั้นไขมันบริเวณอกและท้องมีความหนาประมาณ 1.7–2.4 เซนติเมตร ซึ่งบางกว่าค่าปกติ และพบถุงซีสต์ของพยาธิในชั้นไขมันจำนวน 1 ถุง โดยสันนิษฐานว่าสาเหตุการตายเกิดจากการป่วยเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน ก่อนจะอ่อนแรงและมาเกยตื้นในบริเวณดังกล่าวจนเสียชีวิต
ทั้งนี้ วาฬจะงอยชนิดนี้เป็นสัตว์ทะเลหายากที่อยู่ในทะเลลึกนอกชายฝั่ง และไม่เคยถูกค้นพบในประเทศไทย แม้โดยทั่วไป จะมีถิ่นอาศัยอยู่ในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก อาทิ ประเทศใกล้เคียงไทยอย่างออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย มัลดีฟส์ ศรีลังกา ไต้หวัน
การพบร่างวาฬปากจะงอยเกยตื้นเกยตื้นครั้งแรกในประเทศไทยนี้จึงถือเป็นการค้นพบวาฬชนิดที่ 29 ในประเทศไทย และจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในน่านน้ำไทย รวมถึงเป็นการเปิดประตูสู่การทำความเข้าใจวาฬปากจะงอยลองแมนให้มากขึ้น ทำให้เห็นว่าดำดิ่งลงไปใต้ท้องทะเลไทยยังคงมีอะไรให้มนุษย์เราได้ทำความเข้าใจอีกมาก
อ้างอิง
https://www.fisheries.noaa.gov/species/longmans-beaked-whale
https://www.facebook.com/share/p/1ByPh1UKjb
https://uk.whales.org/whales-dolphins/species-guide/indo-pacific-beaked-whale
https://australian.museum/learn/animals/mammals/longmans-beaked-whale