Customize Consent Preferences

We use cookies to help you navigate efficiently and perform certain functions. You will find detailed information about all cookies under each consent category below.

The cookies that are categorized as "Necessary" are stored on your browser as they are essential for enabling the basic functionalities of the site. ... 

Always Active

Necessary cookies are required to enable the basic features of this site, such as providing secure log-in or adjusting your consent preferences. These cookies do not store any personally identifiable data.

No cookies to display.

Functional cookies help perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collecting feedback, and other third-party features.

No cookies to display.

Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics such as the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.

No cookies to display.

Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.

No cookies to display.

Advertisement cookies are used to provide visitors with customized advertisements based on the pages you visited previously and to analyze the effectiveness of the ad campaigns.

No cookies to display.

หนีจากโลกออนไลน์ ฮีลกายฮีลใจด้วยกิจกรรมในธรรมชาติ

เมื่อโลกอินเตอร์เน็ตเสียงดังวุ่นวายเกินไป ลองมาฟังเสียงธรรมชาติกันดูบ้าง แล้วคุณอาจพบกับความสงบที่ตามหา

ย้อนแย้งไหมเนี่ย ถ้าจะบอกให้วางโทรศัพท์ลง แล้วออกไปเดินเล่นข้างนอกกันบ้าง (ฮ่าๆ)

เพราะโพสต์นี้ก็เอามาลงให้อ่านกันทางหน้าจอโทรศัพท์

เอาเป็นว่าให้โพสต์นี้เป็นเหมือนเสียงระฆัง ‘แก๊งๆ’ ที่ดึงสติและนิ้วโป้งของทุกคนออกจากการไถหน้าฟีดไปเรื่อย ๆ ไม่จบสิ้น และเป็นเสียงระฆัง ‘ก๊องๆ’ ที่พาทุกคนไปหยิบรองเท้า เดินออกไปพักผ่อนร่างกายและจิตใจกัน แม้ว่ากรุงเทพฯ จะร้อน แต่ก็ยังมีพื้นที่ที่ไม่ได้ร้อนระอุไปเสียทีเดียว ยังมีสถานที่ที่เป็นธรรมชาติให้เราพักผ่อนหย่อนใจ มีลมเย็นเป็นช่วง ๆ หากเราหาสปอตนั้นเจอ 

ที่แห่งนั้นคือ ‘ห้าง’ นั่นเอง เปิดแอร์ฉ่ำเลย (ฮ่าๆ) หยอก ๆ ที่แห่งนั้นคือ ‘สวนสาธารณะ’ ต่างหาก

อย่าเพิ่งเบะปากชี้หน้าว่าโลกสวย จริงๆ สวนในกทม. อย่างสวนเบญฯ ก็มีโซนที่ไม่ร้อน ที่นั่งพักผ่อนชิว ๆ สบาย ๆ อยู่นะ สวนเบญฯ นี่ถือว่าเป็นโลเคชั่นให้คอนเนคกับธรรมชาติได้อย่างดีเลย เมื่อประมาณวีคสองวีคที่แล้ว อวรม. มีจัดกิจกรรมชื่อว่า ‘Nature Hug’ (เป็นหนึ่งชื่อคอลัมน์ในเว็ปไซต์ด้วยไปอ่านกันได้) คือเราพาทุกคนมาทำ จะเรียกว่าอะไรดีอ่ะ เป็นกิจกรรมที่ให้ทุกคนเรียนรู้ตัวเอง ได้ฮีลใจฮีลกาย โดยมีธรรมชาติรอบตัวเป็นองค์ประกอบ เป็น Mindful Activity ที่เราชวนคุณโซฟา จาก Slowsofa มาเป็นกระบวนกรนำกิจกรรมครั้งนี้ให้

จริงๆ หลังๆ ก็เห็นว่ากิจกรรมลักษณะฮีลใจ ไม่ว่าจะเป็นซาวน์ฮีลลิ่ง การอาบป่ากอดป่า หรือการโยคะ ก็เป็นกิจกรรมที่ชาวเมืองให้ความสนใจและเข้าร่วมมากขึ้นนะ ซึ่งคอนเซปต์มันก็คือการหยุดพักแหละ ให้เราได้มีสติอยู่กับปัจจุบัน ได้รับรู้จังหวะการหายใจ และปล่อยให้ผิวหนังได้สัมผัสกับธรรมชาติที่แท้จริง ไม่ใช่ที่มนุษย์สร้างขึ้น 

ว่าแล้วก็ขอรีวิวเล็ก ๆ เผื่อใครอยากจะลองไปหากิจกรรมคล้ายๆ แบบนี้ทำดูนะ 

เริ่มแรกก็จะเป็นการทำความรู้จักกับคนรอบตัว กระบวนกรจะให้จับคู่ และถามคำถามเกี่ยวกับตัวตนของแต่ละคนที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ เช่น “หากเปรียบเทียบตัวเราเป็นสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ เราคืออะไร” เพียงคำถามธรรมดาๆ แบบนี้ ก็ชวนให้ผู้เข้าร่วมเปิดใจ พร้อมที่จะแชร์ความรู้ สะท้อนความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนๆ แล้ว

หลังจากทำความรู้จักก็ไปต่อกันด้วยการหยิบเอาสิ่งที่พบเจอรอบตัวมาจัดวางเป็นงานศิลปะ และอธิบายผลงานของตัวเอง บางคนก็หยิบธรรมชาติล้วนเลย อย่างพวกใบไม้ กิ่งไม้ แต่บางคนก็หยิบขยะที่มีคนทิ้งไว้ เช่น ฝาน้ำ หนังยาง มาด้วย เราว่านอกจากการได้คอนเนคกับธรรมชาติ สิ่งที่ทำให้รู้สึกประทับใจคือการได้ฟังการบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละคน การตีความ มุมมองของแต่ละคน ว่าแต่ละคนผ่านชีวิตมาอย่างไร และอะไรเป็น Learning ที่เขาสัมผัสได้ในปัจจุบัน เรารู้สึกว่ากิจกรรมลักษณะนี้จะอินไม่อินส่วนหนึ่งอาจจะอยู่ที่ผู้เข้าร่วมด้วยแหละ

เมื่อทุกคนได้บอกเล่าเรื่องราวจากศิลปะตรงหน้าแล้ว กระบวนการก็ให้ทุกคนลุกฮึบขึ้นยืน เดินวนดูผลงานเพื่อนๆ และเลือกนั่งลงข้างๆ ผลงานที่ตัวเองชอบ หลังจากนั้นก็จะเป็นการแชร์กันอีกรอบ ว่าทำไม เพราะอะไร และผลงานของเพื่อนทำให้เรารู้สึกอย่างไร 

เมื่อเสร็จสิ้นแล้วซึ่งการแชร์ ก็จะเป็นกิจกรรมที่เราตั้งชื่อเองว่า ‘นอนแผ่รังสีไม่อำมหิต’ ก็คือให้ทุกคนผ่อนคลายและใช้ร่างกายสัมผัสกับธรรมชาติ ได้รับรู้ถึงประจุใต้พื้นดินพื้นหญ้า จำได้และจำไม่ได้ว่ามันเคยมีวิจัยเกี่ยวกับการใช้เท้าเปล่าเดินบนพื้นหญ้าด้วยนะ นี่คือที่จำได้ แต่ที่จำไม่ได้คือจำไม่ได้ว่ามันช่วยเรื่องอะไรในร่างกาย (ฮ่าๆ)

ปิดท้ายกิจกรรมด้วยสิ่งที่ทุกคนน่าจะชอบคือการ ‘เปิดไพ่’ ไอเราก็เซียนนับเลขซะด้วยสิ (ฮ่าๆ) ไม่ใช่ ไม่ใช่ป็อกเด้ง (ฮ่าๆ) เปิดไพ่อันนี้ก็จะเหมือนเปิดไพ่เช็คดวงตัวเองนั่นแหละ ว่าไพ่จะบอกอะไรกับเรา อันนี้ก็ลืมถ่ายมาว่าตัวเองได้อะไร แต่จำได้ว่าเป็นแนวๆ ให้กล้าที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ออกจากคอมฟอร์ตโซนแล้วลงมือทำให้เต็มที่

เขียนมาซะยาวเลย จริงๆ เขาบรีฟมาให้เขียนสั้นๆ เพราะชาวโซเชียลอาจจะไม่ได้อ่านอะไรยาวแบบนี้ ใครอ่านถึงตรงนี้กดหัวใจหน่อยเร็วววว (ฮ่าๆ) ขอปิดท้ายด้วยการไลฟ์โค้ชเล็กน้อย เราเชื่อว่าตะก่อนเราใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อหนีจากโลกความจริงชั่วขณะ มาวันนี้กลายเป็นกลับกันซะแล้ว เราหนีจากโลกอินเตอร์เน็ตด้วยการมาอยู่กับธรรมชาติ พักผ่อนใจที่เหนื่อย สมองที่ล้า ด้วยสีเขียวและเสียงนกเสียงลม ทุกคนอาจมีวิธีการฮีลใจที่แตกต่างกัน แต่การได้ออกมาสวน หรือได้ร่วมกิจกรรมฮีลลิ่งต่างๆ ก็เป็นอะไรที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองทำกัน 

เมื่อใดที่ใจเหนื่อยล้า จงเดินออกมาแล้วให้ธรรมชาติกอดนะ

‘ก๊องๆ แก๊งๆ’

No tags found for this post.

Credit

eci

one of the human behind environman