ย้อนแย้งไหมเนี่ย ถ้าจะบอกให้วางโทรศัพท์ลง แล้วออกไปเดินเล่นข้างนอกกันบ้าง (ฮ่าๆ)
เพราะโพสต์นี้ก็เอามาลงให้อ่านกันทางหน้าจอโทรศัพท์
เอาเป็นว่าให้โพสต์นี้เป็นเหมือนเสียงระฆัง ‘แก๊งๆ’ ที่ดึงสติและนิ้วโป้งของทุกคนออกจากการไถหน้าฟีดไปเรื่อย ๆ ไม่จบสิ้น และเป็นเสียงระฆัง ‘ก๊องๆ’ ที่พาทุกคนไปหยิบรองเท้า เดินออกไปพักผ่อนร่างกายและจิตใจกัน แม้ว่ากรุงเทพฯ จะร้อน แต่ก็ยังมีพื้นที่ที่ไม่ได้ร้อนระอุไปเสียทีเดียว ยังมีสถานที่ที่เป็นธรรมชาติให้เราพักผ่อนหย่อนใจ มีลมเย็นเป็นช่วง ๆ หากเราหาสปอตนั้นเจอ
ที่แห่งนั้นคือ ‘ห้าง’ นั่นเอง เปิดแอร์ฉ่ำเลย (ฮ่าๆ) หยอก ๆ ที่แห่งนั้นคือ ‘สวนสาธารณะ’ ต่างหาก
อย่าเพิ่งเบะปากชี้หน้าว่าโลกสวย จริงๆ สวนในกทม. อย่างสวนเบญฯ ก็มีโซนที่ไม่ร้อน ที่นั่งพักผ่อนชิว ๆ สบาย ๆ อยู่นะ สวนเบญฯ นี่ถือว่าเป็นโลเคชั่นให้คอนเนคกับธรรมชาติได้อย่างดีเลย เมื่อประมาณวีคสองวีคที่แล้ว อวรม. มีจัดกิจกรรมชื่อว่า ‘Nature Hug’ (เป็นหนึ่งชื่อคอลัมน์ในเว็ปไซต์ด้วยไปอ่านกันได้) คือเราพาทุกคนมาทำ จะเรียกว่าอะไรดีอ่ะ เป็นกิจกรรมที่ให้ทุกคนเรียนรู้ตัวเอง ได้ฮีลใจฮีลกาย โดยมีธรรมชาติรอบตัวเป็นองค์ประกอบ เป็น Mindful Activity ที่เราชวนคุณโซฟา จาก Slowsofa มาเป็นกระบวนกรนำกิจกรรมครั้งนี้ให้

จริงๆ หลังๆ ก็เห็นว่ากิจกรรมลักษณะฮีลใจ ไม่ว่าจะเป็นซาวน์ฮีลลิ่ง การอาบป่ากอดป่า หรือการโยคะ ก็เป็นกิจกรรมที่ชาวเมืองให้ความสนใจและเข้าร่วมมากขึ้นนะ ซึ่งคอนเซปต์มันก็คือการหยุดพักแหละ ให้เราได้มีสติอยู่กับปัจจุบัน ได้รับรู้จังหวะการหายใจ และปล่อยให้ผิวหนังได้สัมผัสกับธรรมชาติที่แท้จริง ไม่ใช่ที่มนุษย์สร้างขึ้น
ว่าแล้วก็ขอรีวิวเล็ก ๆ เผื่อใครอยากจะลองไปหากิจกรรมคล้ายๆ แบบนี้ทำดูนะ
เริ่มแรกก็จะเป็นการทำความรู้จักกับคนรอบตัว กระบวนกรจะให้จับคู่ และถามคำถามเกี่ยวกับตัวตนของแต่ละคนที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ เช่น “หากเปรียบเทียบตัวเราเป็นสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ เราคืออะไร” เพียงคำถามธรรมดาๆ แบบนี้ ก็ชวนให้ผู้เข้าร่วมเปิดใจ พร้อมที่จะแชร์ความรู้ สะท้อนความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนๆ แล้ว
หลังจากทำความรู้จักก็ไปต่อกันด้วยการหยิบเอาสิ่งที่พบเจอรอบตัวมาจัดวางเป็นงานศิลปะ และอธิบายผลงานของตัวเอง บางคนก็หยิบธรรมชาติล้วนเลย อย่างพวกใบไม้ กิ่งไม้ แต่บางคนก็หยิบขยะที่มีคนทิ้งไว้ เช่น ฝาน้ำ หนังยาง มาด้วย เราว่านอกจากการได้คอนเนคกับธรรมชาติ สิ่งที่ทำให้รู้สึกประทับใจคือการได้ฟังการบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละคน การตีความ มุมมองของแต่ละคน ว่าแต่ละคนผ่านชีวิตมาอย่างไร และอะไรเป็น Learning ที่เขาสัมผัสได้ในปัจจุบัน เรารู้สึกว่ากิจกรรมลักษณะนี้จะอินไม่อินส่วนหนึ่งอาจจะอยู่ที่ผู้เข้าร่วมด้วยแหละ

เมื่อทุกคนได้บอกเล่าเรื่องราวจากศิลปะตรงหน้าแล้ว กระบวนการก็ให้ทุกคนลุกฮึบขึ้นยืน เดินวนดูผลงานเพื่อนๆ และเลือกนั่งลงข้างๆ ผลงานที่ตัวเองชอบ หลังจากนั้นก็จะเป็นการแชร์กันอีกรอบ ว่าทำไม เพราะอะไร และผลงานของเพื่อนทำให้เรารู้สึกอย่างไร
เมื่อเสร็จสิ้นแล้วซึ่งการแชร์ ก็จะเป็นกิจกรรมที่เราตั้งชื่อเองว่า ‘นอนแผ่รังสีไม่อำมหิต’ ก็คือให้ทุกคนผ่อนคลายและใช้ร่างกายสัมผัสกับธรรมชาติ ได้รับรู้ถึงประจุใต้พื้นดินพื้นหญ้า จำได้และจำไม่ได้ว่ามันเคยมีวิจัยเกี่ยวกับการใช้เท้าเปล่าเดินบนพื้นหญ้าด้วยนะ นี่คือที่จำได้ แต่ที่จำไม่ได้คือจำไม่ได้ว่ามันช่วยเรื่องอะไรในร่างกาย (ฮ่าๆ)
ปิดท้ายกิจกรรมด้วยสิ่งที่ทุกคนน่าจะชอบคือการ ‘เปิดไพ่’ ไอเราก็เซียนนับเลขซะด้วยสิ (ฮ่าๆ) ไม่ใช่ ไม่ใช่ป็อกเด้ง (ฮ่าๆ) เปิดไพ่อันนี้ก็จะเหมือนเปิดไพ่เช็คดวงตัวเองนั่นแหละ ว่าไพ่จะบอกอะไรกับเรา อันนี้ก็ลืมถ่ายมาว่าตัวเองได้อะไร แต่จำได้ว่าเป็นแนวๆ ให้กล้าที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ออกจากคอมฟอร์ตโซนแล้วลงมือทำให้เต็มที่

เขียนมาซะยาวเลย จริงๆ เขาบรีฟมาให้เขียนสั้นๆ เพราะชาวโซเชียลอาจจะไม่ได้อ่านอะไรยาวแบบนี้ ใครอ่านถึงตรงนี้กดหัวใจหน่อยเร็วววว (ฮ่าๆ) ขอปิดท้ายด้วยการไลฟ์โค้ชเล็กน้อย เราเชื่อว่าตะก่อนเราใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อหนีจากโลกความจริงชั่วขณะ มาวันนี้กลายเป็นกลับกันซะแล้ว เราหนีจากโลกอินเตอร์เน็ตด้วยการมาอยู่กับธรรมชาติ พักผ่อนใจที่เหนื่อย สมองที่ล้า ด้วยสีเขียวและเสียงนกเสียงลม ทุกคนอาจมีวิธีการฮีลใจที่แตกต่างกัน แต่การได้ออกมาสวน หรือได้ร่วมกิจกรรมฮีลลิ่งต่างๆ ก็เป็นอะไรที่อยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองทำกัน
เมื่อใดที่ใจเหนื่อยล้า จงเดินออกมาแล้วให้ธรรมชาติกอดนะ
‘ก๊องๆ แก๊งๆ’