เต่าทะเลที่เล็กที่สุดในโลกต้องอาศัยอยู่ในมหาสมุทรที่เสียงดังที่สุดในโลก เรือและอุตสาหกรรมกำลังส่งผลกระทบต่อเต่าทะเลเคมป์ริดลีย์ (Kemp’s ridley) ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง
เต่าทะเลเคมป์ริดลีย์ (Kemp’s ridley) เป็นเต่าทะเลที่คนทั่วไปไม่ได้รู้จักมากนัก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ส่วนใหญ่รู้จักเป็นเต่าตนุ เต่ากระ เต่าหญ้า เต่าหัวค้อน และเต่ามะเฟืองกันซะมากกว่า แต่ในอีกมุมหนึ่งของโลกมีเต่าทะเลเคมป์ริดลีย์ที่เล็กที่สุดในโลกซ่อนอยู่ พวกมันตัวเล็กมากโดยเฉลี่ยแล้วหนักเพียง 34 ถึง 45 กิโลกรัมเท่านั้น (เต่าตนุหนัก 150 กก., เต่ามะเฟือง 800-900 กก.)
เต่าทะเลริดลีย์เคมป์ เป็นเต่าทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์มากที่สุดในโลก โดยมันอาศัยอยู่ในถิ่นที่อยู่รอบอ่าวเม็กซิโกเป็นหลัก มักหากินในน่านน้ำตื้นของไหล่ทวีป และเต่าทะเลเคมป์ริดลีย์มักอพยพและขยายขอบเขตการกระจายพันธุ์ออกไปในพื้นที่มหาสมุทรแอตแลนติกด้วย โดยอุณหภูมิของมหาสมุทรที่สูงขึ้นในปัจจุบัน ยิ่งเสี่ยงทำให้เต่าทะเลริดลีย์เคมป์ช็อกจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
บ้านของพวกมันอย่างอ่าวเม็กซิโก กลับเป็นพื้นที่ที่น่ากังวลเนื่องจากมีความวุ่นวายถึงที่สุด ทำให้มันต้องเผชิญกับอุปกรณ์จับปลา ชนกับเรือ พลาสติกปนเปื้อน ที่อยู่อาศัยเสื่อมโทรม และเสียงดัง

“การทำความเข้าใจความสามารถในการได้ยินนั้นเป็นขั้นตอนพื้นฐานในการพิจารณาว่าเสียงที่มนุษย์สร้างขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อสายพันธุ์หรือไม่” Charles Muirhead นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการ Sensory Ecology and Bioacoustics Lab ของสถาบันสมุทรศาสตร์วูดส์โฮล กล่าว
แนวคิดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเต่าทะเลเคมป์ริดลีย์เป็นเต่าทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์มากที่สุดในโลก Muirhead และทีมงานได้ติดเซ็นเซอร์ไว้บนหัวของเต่าตัวอย่างและบันทึกสัญญาณไฟฟ้าที่ส่งผ่านเส้นประสาทการได้ยินของพวกมัน โดยทั่วไประบุว่าหากเกิน 300 เฮิรตซ์คือมีปัญหา
ผลลัพธ์นั้นน่าตกใจ ในช่วง 300 เฮิรตซ์ดังกล่าวกลับเป็นความถี่สูงมีอยู่จำนวนมากในอ่าว ทีมวิจัยสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากกิจกรรมทางอุตสาหกรรมในมหาสมุทรจำนวนมาก ตั้งแต่ขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ กับการจราจรทางเรือ มันก็เหมือนกับการที่คนอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีการก่อสร้างตลอดเวลาอยู่รอบ ๆ

“นี่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเรารู้มานานแล้วว่าการเคลื่อนไหวและการกระจายตัวของพวกมันทับซ้อนกับแหล่งกำเนิดเสียงจากอุตสาหกรรมและเรือ ทั้งในแง่ของพื้นที่และเวลา และตอนนี้เรายืนยันแล้วว่าเต่าสามารถตรวจจับเสียงเหล่านี้ได้” Muirhead บอก
นักวิจัยรู้แล้วว่าเต่าเหล่านี้ได้ยินอะไรบ้าง พวกเขาหวังจะรู้ต่อไปได้ว่าเสียงเหล่านี้มีผลกระทบต่อพวกมันอย่างไร และนั่นจะมีผลอย่างมากต่อการอนุรักษ์
“การทำความเข้าใจว่าสัตว์รับรู้สภาพแวดล้อมอย่างไรเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการอนุรักษ์ที่มีประสิทธิภาพ การได้ยินเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปริศนาเท่านั้น” Muirhead ทิ้งท้าย
ที่มา
https://www.popsci.com/environment/worlds-smallest-sea-turtle-ocean-noise