“หาดเชียงราย” ริมแม่น้ำกก จากรายได้สิบล้านต่อปีเหลือเพียงติดลบจากสารปนเปื้อน

จุดเปลี่ยนรายได้หายไปกับตาเมื่อตรวจพบสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำกก

“หาดเชียงราย” หรือ “หาดพัทยาน้อย” ริมแม่น้ำกก เคยเป็นพื้นที่ทำมาหากินของคนในชุมชนมานานกว่า 30 ปี แต่วันนี้ สิ่งเหล่านั้นกลับหายวับไปกับตา ทั้งปริมาณนักท่องเที่ยว รายได้ ความหวัง รวมถึงอนาคตที่ยังคงไม่มีคำตอบ

นอกเหนือจากความเสี่ยงที่ผกผันตามภาวะเศรษฐกิจ ชาวเชียงรายโดยเฉพาะพื้นที่ริมน้ำกกนี้ผ่านวิกฤตมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งโควิด-19 ที่ทำให้รายได้หายไปกว่า 70% น้ำท่วมใหญ่ปี 2567 ที่พัดทุกอย่างหายไป และล่าสุดคือการตรวจพบสารหนูในแม่น้ำกก จนนำไปสู่ประกาศงดเล่นน้ำเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 โดยผู้ประกอบการเลิกกิจการแยกย้ายไปจนเหลือเพียง 17 รายในปัจจุบัน

📌 เคราะห์ซ้ำกรรมซัดทั้งภัยธรรมชาติและภัยมนุษย์

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เชียงรายเป็นพื้นที่เปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติมากมาย ย้อนกลับไปเมื่อสถานการณ์ช่วงโควิด-19 ที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบ กลุ่มธุรกิจในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักโดยรายได้หดหายไปถึง 70% ร้านค้าก็ยังพอประคับประคองตัวผ่านพ้นมาได้ แต่หลังจากนั้นก็ยังได้รับผลกระทบซ้ำจากน้ำหนักใหญ่เมื่อ 12 กันยายน 2567 ที่กวาดเอาทรัพย์สินและความเสียหายไปทั้งหมด

จนกระทั่งในปีที่ผ่านมา หาดพัทยาน้อยเผชิญกับปัญหาสารปนเปื้อน เมื่อ 7 เมษายน 2568 ทางจังหวัดเชียงรายได้ออกประกาศงดเล่นน้ำกกหลังตรวจพบสารหนูปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน อันเป็นจุดเปลี่ยนทางเศรษฐกิจของชุมชน ทำให้ต้นทุนที่ชาวบ้านลงทุนไปหลักหลายแสนบาทกลายเป็นศูนย์ จากเดิมที่มีร้านค้า 30 ร้าน ปัจจุบันทยอยปิดตัวจนเหลือเพียง 17 ร้านค้า (ดูแลสมาชิกในครอบครัว 41 คน) ที่ต้องทนแบกรับภาวะขาดทุนต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 ปี (พ.ศ. 2568–2569)

ตัวเลขความเสียหายและเสียงสะท้อนจากผู้บุกเบิกจากการรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติของตัวแทนผู้ประกอบการที่ยังเหลืออยู่ 17 ร้านค้าพบว่ารายได้หลักสิบล้านนั้นหายไปหลังสถานการณ์ที่ย่ำแย่จากการปิดหาด

[ ก่อนเกิดเหตุการณ์วิกฤต ]

✱ ต้นทุนรวม (บาท/ปี) = 10,099,972 บาท

✱ รายได้รวม (บาท/ปี) = 12,707,000 บาท

✱กำไร/ขาดทุนรวม (บาท/ปี) = +2,607,028 บาท

[ หลังเกิดเหตุการณ์วิกฤต ]

✱ ต้นทุนรวม (บาท/ปี) = 3,979,972 บาท

✱ รายได้รวม (บาท/ปี) = 0 บาท

✱กำไร/ขาดทุนรวม (บาท/ปี) = 3,979,972 บาท

ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ย่ำแย่และยังคงไร้ทางออก โดยข้อสรุปจากเวทีระดมความคิดเห็นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ได้เรียกร้อง 3 แนวทางเยียวยา ได้แก่

1.ระดับท้องถิ่นแบบเร่งด่วน : เยียวยาค่าเช่าพื้นที่ ลดหรือยกเว้นภาษีท้องถิ่น ปรับการท่องเที่ยวจากการเล่นน้ำสู่การพักผ่อนริมน้ำ พร้อมพัฒนาภูมิทัศน์และสาธารณสุขในพื้นที่

2. ระดับจังหวัด จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว กำหนด “เขตความเสียหายพิเศษหาดเชียงราย” สื่อสารข้อมูลสถานการณ์สารปนเปื้อนอย่างโปร่งใส สนับสนุนน้ำสะอาด และผ่อนปรนค่าเช่าและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

3. ระดับจังหวัด จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว กำหนด “เขตความเสียหายพิเศษหาดเชียงราย” สื่อสารข้อมูลสถานการณ์สารปนเปื้อนอย่างโปร่งใส สนับสนุนน้ำสะอาด และผ่อนปรนค่าเช่าและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

ในขณะที่ภาคประชาชนเองก็ปรับตัว ชวนคนมาทำกิจกรรม ‘นั่งแป๋งหน้าง่าว’ นั่งพักผ่อน พูดคุย และใช้เวลาริมแม่น้ำกก เพื่อย้ำว่าแม้จะงดลงเล่นน้ำ แต่พื้นที่แห่งนี้ยังมีคุณค่าและยังรอวันที่จะกลับมามีชีวิตอยู่ให้ได้อีกครั้ง

เพราะสุดท้ายการเยียวยาก็เป็นเพียงการช่วยเหลือในระยะหนึ่ง แต่การที่ได้กลับมามีโอกาสทำมาหากินต่างหากที่จะช่วยให้พวกเขาหารายได้ยืนด้วยตัวเองได้ในระยะยาว รวมถึงเป็นหนทางที่จะทำให้การท่องเที่ยวธรรมชาติในเชียงรายได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ภาพ

-สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต

อ้างอิง

https://www.facebook.com/share/p/1B71vrndrk

https://www.facebook.com/share/p/1BZFhpUuvU

No tags found for this post.

Credit

Environman

Environman คือหนึ่งในสื่อออนไลน์ที่นำเสนอปัญหาสิ่งแวดล้อม เป้าหมายคืออยากทำให้โลกใบนี้ดีขึ้น ไม่เฉพาะการเป็นสังคมออนไลน์ที่แข็งแกร่ง แต่หวังให้ความรู้นำไปสู่การลงมือทำเพื่อเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้จริง