Grindadráp: ประเพณีหรือความโหดร้ายทารุณ ?

เมื่อมรดกทางวัฒนธรรม กับ การอนุรักษ์ธรรมชาติ ปะทะกันกลางทะเลแอตแลนติก

Grindadráp ประเพณีการล่าวาฬนำร่อง (Pilot Whales) มรดกทางวัฒนธรรมนับพันปีจากหมู่เกาะแฟโร เกาะในแอตแลนติกอันหนาวเหน็บ ที่มาของเกลียวคลื่นสีแดงเลือดจากการล่าสัตว์ในทะเลเป็นอาหารเพื่อความอยู่รอดในอดีต

หากล่องเรือไปยังตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก จะพบหมู่เกาะแฟโร (Faroe Islands) ประเทศเดนมาร์ก บ้านของประเพณีการล่าวาฬนำร่อง ภูมิปัญญาฉบับชาวไวกิ้งที่สืบทอดกันมานับพันปี กระนั้น ประเพณีที่เป็นภูมิปัญญานี้ยังคงถูกที่หลายคนมองว่าเป็นกิจกรรม นองเลือด และได้รับคำวิจารณ์ในทิศทางที่หลากหลาย

ชาวแฟโรอีสจะต้อนฝูงวาฬให้ว่ายเข้าใกล้อ่าว ก่อนจะฆ่าวาฬเพื่อนำเนื้อไปแจกจ่ายให้กับคนบนเกาะ ในแต่ละฤดูกาลจะมีการล่าวาฬประมาณ 5 ครั้ง เพื่อให้มีทรัพยากรอาหารเพียงพอในแต่ละครัวเรือน เนื่องจากความยากลำบากในการค้าขายในอดีต อาจกล่าวได้ว่า Grindadráp เป็นมรดกที่สะท้อนวิถีชีวิตที่ได้รับอิทธิพลมาจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่โหดร้าย

ความกังวลที่อาจตามมา

แม้ Grindadráp จะเป็นประเพณีที่พบแค่บนหมู่เกาะแฟโร แต่ในระยะเวลา 1 ปี มีวาฬนำร่องราว 1,000 ตัวที่ถูกจับบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ เมื่อรวมกับประชากรวาฬที่ลดลงจากปัจจัยอื่น ๆ  อย่างโรคระบาดหรือปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่นอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป มรดกทางวัฒนธรรมนี้ก็อาจทำให้เกิดปัญหาที่น่ากังวลในอนาคต

วิธีการล่าวาฬก็ดูจะเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลให้กับคนหลายกลุ่มเช่นเดียวกัน วาฬเหล่านี้ถูกฆ่าด้วยหอกกับมีดบริเวณอ่าวตื้น ซึ่งเมื่อผนวกกับลักษณะนิสัยที่ไม่ทิ้งเพื่อนร่วมฝูง หลังผู้นำฝูงเพศเมียตาย วาฬที่เหลือจะว่ายวนในทะเลสีแดงเลือดท่ามกลางความสับสนที่เกิดจากเสียงเคาะเรือของมนุษย์

เนื้อวาฬนำร่องยังเป็นแหล่งอาหารที่จำเป็นอยู่หรือไม่

การล่าวาฬเพื่อดำรงชีพยังคงถูกยกให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินในหมู่เกาะแฟโร คนบางกลุ่มมองว่าการรับประทานเนื้อวาฬมีความยั่งยืนมากกว่าการนำเข้าวัตถุดิบจากนอกพื้นที่  เนื้อวาฬอาจเคยเป็นอาหารที่ดีที่สุดในการ ประทังชีวิต แต่อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากเนื้อของวาฬนำร่องมีโลหะหนักสะสมอยู่เป็นปริมาณมาก 

Dr. Phillipe Grandjean นักระบาดวิทยาด้านสิ่งแวดล้อมและศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์นเดนมาร์ก ออกมายืนยันปัญหาด้านสุขภาพที่เกิดจากการบริโภคเนื้อวาฬในปัจจุบันเนื่องจากในเนื้อวาฬนำร่องนั้นอาจเต็มไปด้วยการปนเปื้อนของสารปรอท เขาอธิบายว่า ปรอทจากโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่ปนเปื้อนอยู่ในมหาสมุทรกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศใต้ทะเล และอาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กไปจนถึงการพัฒนาทางระบบระบบประสาท ซึ่งอาจนำไปสู่ความพิการในที่สุด

ฉะนั้นแล้ว การล่าวาฬนำร่องเพื่อนำมารับประทานเป็นอาหารจึงเป็นสิ่งที่อันตรายต่อทั้งตัวมนุษย์และจำนวนประชากรของวาฬ

การเรียกร้องอาจไม่ใช่ทางออกเสมอไป

คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าประเพณี Grindadráp ตามสไตล์ไวกิ้ง เป็นมรดกตกทอดและส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมบนหมู่เกาะแฟโร แต่วาฬนำร่องก็ไม่ได้เป็นสมบัติของคนบนเกาะแต่เพียงผู้เดียว ประเพณีพื้นถิ่นนี้จึงส่งผลต่อการสืบพันธุ์และจำนวนประชากรของวาฬนำร่องในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่อย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากพวกมันเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศใต้ทะเล

“มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราที่ต้องอนุรักษ์วิถีของเราไว้” Bjarki Dalsgarŏ ชาวแฟโรอีสวัย 28 ปีที่เคยเข้าร่วมการล่าวาฬออกมาอธิบายความสำคัญของประเพณีในแง่ของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในสังคม

อย่างไรก็ดี ความมุ่งมั่นที่จะดูแลสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางนิเวศวิทยาของคนกลุ่มต่างๆ กลับกระตุ้นให้เกิดกระแสตรงกันข้าม Páll Nolsøe ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารของรัฐบาลหมู่เกาะแฟโร ชี้ให้เห็นว่า Grindadráp เป็นอัตลักษณ์ของชาวแฟโร ที่สะท้อนการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดไปจนถึงการสร้างชาติ “บางคนกล่าวว่า การรณรงค์ต่อต้านการล่าวาฬอย่างรุนแรงนี้อาจทำให้บางคนยึดมั่นกับประเพณีดังกล่าวมากขึ้น” 

คนบนหมู่เกาะแฟโรยิ่งเกิดความรู้สึกหวงแหนและอยากอนุรักษ์มันมากขึ้นในฐานะ มรดกทางวัฒนธรรม จำนวนคนท้องถิ่นที่ต้องการอนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิมนี้มากถึง 83% จากประชากรทั้งหมด

ดังนั้นการเรียกร้องด้วยวิธีที่รุนแรงจึงอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนท้องถิ่น

การปรับตัวอาจเป็นทางออก

ท่ามกลางการคัดค้านของหน่วยงานจำนวนมาก มีองค์กรหนึ่งที่รณรงค์ประเด็นดังกล่าวด้วยความประนีประนอม NAMMCO (North Atlantic Marine Mammal Commission) เป็นองค์กรที่ประกอบด้วยตัวแทนจากประเทศกรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และหมู่เกาะแฟโร โดยพวกเขาแนะให้ชาวเกาะปรับใช้ วิธีการล่าสัตว์อย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งอิงจากการประมาณการจำนวนประชากรวาฬที่คำนวณไว้ จากนั้นจึงกำหนดจำนวนวาฬที่สามารถล่าได้และไม่ทำให้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

อนาคตของของประเพณี Grindadráp ยังไม่ค่อยแน่ชัดเท่าไหร่นัก เช่นเดียวกันกับอนาคตของครอบครัววาฬนำร่องในมหาสมุทรแอตแลนติก แม้ข้อเสนอแนะของ NAMMCO จะไม่ใช่การแก้ปัญหาในระยะยาว แต่ก็เป็นตัวอย่างการรับมือกับความเสี่ยงในการสูญพันธ์ของวาฬนำร่องที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างมีชั้นเชิง วิธีการดังกล่าวจึงเป็นก้าวเล็กๆ ที่อาจทำให้เราเข้าใกล้จุดสมดุลระหว่างธรรมชาติและคุณค่าเชิงวัฒนธรรมมากขึ้น

No tags found for this post.

Credit

Environman

Environman คือหนึ่งในสื่อออนไลน์ที่นำเสนอปัญหาสิ่งแวดล้อม เป้าหมายคืออยากทำให้โลกใบนี้ดีขึ้น ไม่เฉพาะการเป็นสังคมออนไลน์ที่แข็งแกร่ง แต่หวังให้ความรู้นำไปสู่การลงมือทำเพื่อเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้จริง