ที่ญี่ปุ่นมี ‘วันแห่งความเขียวขจี’ (Greenery Day) วันหยุดที่อยากให้คนออกไปใช้ชีวิตในธรรมชาติ เชื่อมโยงกับธรรมชาติให้มากที่สุด
4 พฤษภาคม ทุก ๆ ปีในญี่ปุ่น ถูกจัดให้เป็นวันหยุดเฉลิมฉลองให้กับ “ธรรมชาติ” ซึ่งวันแห่งความเขียวขจีนี้ ถูกปรับเปลี่ยนจากสัญลักษณ์แห่งการรำลึกถึงจักรพรรดิโชวะมาเป็นวันที่นำความรักและผูกพันในธรรมชาติของพระองค์ มาถ่ายทอดและให้สนับสนุนให้ประชาชนออกไปตอบแทนธรรมชาติ ทำกิจกรรมที่ได้ใกล้ชิดธรรมชามากกว่า
บนพื้นที่เกาะญี่ปุ่นแห่งนี้ มนุษย์ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเดียวที่เป็นประชากรหลัก ประมาณ 70% ของญี่ปุ่นปกคลุมไปด้วยป่าไม้ ทั่วประเทศมีพืชมากกว่า 4,500 ชนิด สัตว์มากกว่า 90,000 ชนิด และมีปลามากกว่า 1,000 ชนิดในทะเลญี่ปุ่น การทำให้ผู้คนเข้าถึงและรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อทำให้พวกเขาผูกพันและรู้สึกถึงประโยชน์ของธรรมชาติ
จุดเริ่มต้นวันเขียวขจีนี้ เริ่มต้นครั้งแรกในปี 1989 ซึ่งเป็นปีที่จักรพรรดิโชวะสิ้นพระชนม์ จึงได้มีการหยิบเอาวันคล้ายวันเกิดของจักรพรรดิโชวะ (จักรพรรดิฮิโรฮิโตะ) มาเป็นวันสำคัญ ได้แก่ วันที่ 29 เมษายน เพื่อเป็นเกียรติแก่ความรักและความทุ่มเทในการดูแลธรรมชาติของจักรพรรดิโชวะตลอดเวลาที่มีชีวิตอยู่ จนกระทั่งในปี 2007 วันที่ 29 เม.ย. ถูกเรียกเป็นวันโชวะ และวันแห่งความเขียวขจีย้ายมาเป็นวันที่ 4 พ.ค.
จักรพรรดิโชวะเรียกได้ว่าเป็นนักพฤกษศาสตร์ตัวยงที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการศึกษาและเพาะปลูกพืช โดยเชื่อว่าธรรมชาติมีความสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม และทรงสนับสนุนให้ประชาชนชาวญี่ปุ่น ‘เคารพและชื่นชมในธรรมชาติ’
[ จากวันรำลึก สู่ Golden week วันหยุดยาวที่ให้คนญี่ปุ่นออกไปพักผ่อน ]
ช่วงเวลานี้ยิ่งกลายเป็นวันหยุดพักผ่อนให้ชาวญี่ปุ่นได้ปิดสวิตช์ พักจากการเป็นคนรักงานสักแปป ได้หนีจากชีวิตที่เคร่งเครียด เพราะช่วงปลายเมษา-ต้นพฤษภา เป็นช่วงหยุดยาวที่เรียกว่า Golden Week ที่พีคที่สุดของปีจนนี่อาจเป็นญี่ปุ่นในเวอร์ชันที่มีชีวิตที่สุดของปี ซึ่งมีทั้งวันหยุด 29 เมษายน วันโชวะ , 3 พฤษภาคม วันรำลึกรัฐธรรมนูญ , 4 พฤษภาคม วันแห่งความเขียวขจี , 5 พฤษภาคม วันเด็ก ติดต่อกัน อีกทั้งยังเป็นช่วงที่อากาศดีและต้นไม้เขียวสวยที่สุดช่วงหนึ่งของปี แต่ใครที่ไปช่วงนี้ก็อาจจะออกเดินทางแต่เช้า วางแผนให้ดี เพราะเหล่าสถานที่เที่ยวธรรมชาติก็จะเต็มไปด้วยผู้คนแน่นเอี๊ยดทุกที่
เราจะได้เห็นผู้คนยิ่งออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น เดินป่า ปิกนิก เดินเล่น หรือใช้เวลาในสวนสาธารณะ เหล่าสวนสาธารณะ มีการจัดกิจกรรมท่ามกลางธรรมชาติ เช่น เทศกาลวัฒนธรรมและอาหาร การแสดงดนตรี/ศิลปะ งานวัดและงานพื้นเมืองในสวนสาธารณะหรือศาลเจ้าในโตเกียว โดยไฮไลต์สำคัญคือ สถานที่ท่องเที่ยวด้านธรรมชาติหลายแห่งในโตเกียวจะเปิดให้เข้าฟรี เช่น สวนพฤกษศาสตร์ สวนป่า สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
โดยวันแห่งความเขียวขจีนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในวันหยุดสำคัญของญี่ปุ่นที่เปิดให้ผู้คนได้พักผ่อนจากชีวิตที่วุ่นวาย หยุดพักเพื่อชื่นชมความงามและความสงบสุขในธรรมชาติรอบตัว