ตามดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ปี 2025 โดย Transparency International ประเทศไทยได้ 33 จาก 100 คะแนน ต่ำสุดในรอบ 19 ปี และอยู่ที่ อันดับ 116 จาก 182 ประเทศ ทั่วโลก ต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน อย่าง สิงคโปร์, บรูไน, มาเลเซีย, ติมอร์-เลสเต, เวียดนาม, อินโดนีเซีย และลาว
CPI (Corruption Perceptions Index) นิยาม “การทุจริต” ว่าเป็นการใช้อำนาจรัฐเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว โดยในการชี้วัดคะแนนที่สูงหมายถึงระดับคอร์รัปชันต่ำ ตัวเลขนี้จึงไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ แต่สะท้อน ‘คุณภาพธรรมาภิบาล’ ในแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรเชิงโครงสร้างที่กำหนดทิศทางการพัฒนา รวมถึง ‘การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม’
โดยงานวิจัยจาก Yiwen Yang, Shu-Hwa Chih และ Ching-Ren Chiu ที่ตีพิมพ์ใน Journal of Environmental Management เมื่อปี 2025 ได้ศึกษาความสัมพันธ์ของการคอร์รัปชันที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยเลือกศึกษาคะแนนจาก 74 ประเทศ ช่วงปี 2010–2019 ใช้ข้อมูล CPI ร่วมกับข้อมูลคาร์บอน ต้นทุนการผลิต และผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาพบว่า ประเทศที่ยิ่งมีคะแนน CPI สูง (คอร์รัปชั่นน้อย) มีแนวโน้มที่จะมี “ประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม” ดีกว่า โดยเฉพาะในภูมิภาคอเมริกาและโอเชียเนีย กล่าวคือ ยิ่งธรรมาภิบาลโปร่งใส การจัดการการปล่อยคาร์บอนและทรัพยากรยิ่งมีประสิทธิภาพ
แล้วอะไรที่มีส่วนสำคัญให้ธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อมอ่อนแอ?
งานวิจัยนี้ระบุกลไกเชิงโครงสร้างที่เป็นปัจจัยหลัก ๆ ให้เกิดความอ่อนแอ ได้แก่
✲ การบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอ : เมื่อคอร์รัปชันสูง การบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมมักถูกบิดเบือน เช่น การออกใบอนุญาตโดยไม่ได้ตรวจสอบจริง การปล่อยคาร์บอนหรือมลพิษเกินมาตรฐานแต่ไม่ถูกลงโทษ แม้ระบบตรวจสอบและถ่วงดุลจะมี แต่ไม่ทำงานเต็มที่ ผลคือ กติกาที่มีอยู่จึงไม่ศักดิ์สิทธิ์
✲ การรั่วไหลของงบประมาณ : งบประมาณเพื่อโครงการสิ่งแวดล้อมหรือพลังงานสะอาดอาจถูกเบี่ยงเบนหรือใช้ไม่ตรงวัตถุประสงค์ เช่น โครงการลดมลพิษที่ถูกทำให้เกิดขึ้นแต่ไม่มีประสิทธิผล การลงทุนเทคโนโลยีสะอาดที่ไม่เกิดผลจริง ฯลฯ ซึ่งเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าคอร์รัปชันทำลายประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรสาธารณะให้เกิดประโยชน์สูงสุด
✲ แรงจูงใจเชิงนโยบายยิ่งต่ำจากภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น : รัฐที่มีความน่าเชื่อถือต่ำมักดึงดูดการลงทุนสีเขียวได้น้อย ในทางกลับกัน ประเทศที่มีธรรมาภิบาลดีสามารถดึงดูดการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีสะอาดได้มากกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนในประเทศที่มีความน่าเชื่อถือต่ำก็จะยิ่งเกิดขึ้นยากยิ่งขึ้น
✲ ความเชื่อมั่นและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่ต่ำ : เมื่อความโปร่งใสที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนยิ่งต่ำ ยิ่งทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในนโยบายรัฐ และความร่วมมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจึงลดลง
ยิ่งมีสถาบันการเมืองเข้มแข็ง ยิ่งอัตราคอร์รัปชั่นและปัญหาสิ่งแวดล้อมน้อย
หนึ่งในผลการศึกษาที่น่าสนใจคือ บางภูมิภาคที่โครงสร้างสถาบัน ระบบกำกับดูแลแข็งแรงก็จะยิ่งมีผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมดี เช่น ในภูมิภาคอเมริกาและโอเชียเนีย ในทางกลับกัน ภูมิภาคที่มีสถาบันอ่อนแอ แม้มีทรัพยากรทางเศรษฐกิจ ก็อาจไม่สามารถแปลงเป็นประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมหรือการอนุรักษ์ได้
ในภาพรวมของงานวิจัยนี้จึงได้ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของเรื่องคอร์รัปชั่นและการผลักดันด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความเชื่อมโยงกัน สำหรับภูมิภาคที่มีโครงสร้างสถาบันอ่อนแอหรือมีระดับคอร์รัปชันสูง ซี่งเป็นผลจากคุณภาพการบริหารประเทศโดยรวม ยิ่งอาจทำให้ประเทศเผชิญข้อจำกัดในการผลักดันนโยบายสิ่งแวดล้อม แม้ว่าจะมีทรัพยากรทางเศรษฐกิจเพียงพอก็ตาม นี่จึงเป็นอีกข้อพิเศษที่ทำให้เราเห็นว่าเรื่องของการเมืองไม่อาจแยกขาดออกจากการแก้ปัญหาต่าง ๆ และ ‘การเมืองที่ดี’ ก็เป็นส่วนสำคัญในการสร้าง ‘สิ่งแวดล้อมที่ดี’ ให้กับทุกสังคม
ที่มา
https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0301479725000222
https://www.transparency.org/en/cpi/2025?fbclid=IwY2xjawP4c8tleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFGZ3FQdTdxaEJXNkhrcVJNc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHiGVqPwSj600Zn4ULNT3FYl6Xd85hLnQK18T7hXiPPIX4VUN06GAi9vanuoe_aem_lenRqzlRc3LnKcANWEGS5A