“อยู่ก็จ่ายไม่ไหว ตายก็ไม่มีที่ดินฝังศพ” เมื่อความตายแพงเกินเอื้อม จีนจัดการ ‘งานศพ’ อย่างไร

ปัญหาที่ดินฝังศพในจีนแพงสูงขึ้นจนรัฐเริ่มเปลี่ยนกฎการจัดงานให้สุภาพ รักษ์โลก และถูกขึ้น

เมื่อการตายในแง่วัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องของการที่คน ๆ หนึ่งจากไปเท่านั้น หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของพิธีกรรม ความเชื่อ และภาระที่ผู้มีชีวิตอยู่ข้างหลังต้องแบกรับต่อไป ในหลายวัฒนธรรม ความตายคือห้วงเวลาแห่งการอาลัยอาวรณ์ ทว่าพร้อมกันนั้น ความรักและความผูกพันที่มีต่อผู้จากไปกลับถูกคาดหวังให้แสดงออกผ่านพิธีกรรม ซึ่งบ่อยครั้ง มันหมายถึงค่าใช้จ่ายจำนวนไม่น้อยที่ตามมา โดยเฉพาะในประเทศจีนที่มีวัฒนธรรมการฝังศพ เกิดปัญหาที่ดินสุสานแพงจน “เอื้อมไม่ถึง” ในเมืองใหญ่ของจีน 

หลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้ลงนามในกฤษฎีกาของคณะรัฐมนตรีจีนเพื่อประกาศข้อบังคับฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการงานศพ โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 30 มี.ค. 2026

ข้อบังคับดังกล่าวประกอบด้วย 8 บทและ 73 มาตรา โดยเน้นย้ำว่าบริการจัดงานศพเป็นสาธารณประโยชน์ที่สำคัญ ซึ่งควรยึดมั่นในหลักการเพื่อประชาชน เป็นไปอย่างสุภาพ ประหยัด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

งานศพ : คนตายจากไป แต่ค่าใช้จ่ายและภาระยังไม่จบสิ้น

ค่าที่ดินสำหรับฝังศพและเก็บอัฐิของผู้เสียชีวิตได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนบางแห่ง สูงกว่าแม้แต่ราคาบ้าน ทำให้เกิดสำนวนว่า “อยู่ไม่ไหว ตายยังไม่พอจ่ายด้วย” เพราะหลายครอบครัวไม่สามารถซื้อแปลงฝังศพแบบเดิมได้อีกต่อไป

รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น บริการพื้นฐานอย่างการขนส่งศพ การเก็บรักษา การเผา การฝังแบบประหยัดพื้นที่ ซึ่งจะอยู่ในรายการบริการสาธารณะและมีการตั้งราคาอย่างเป็นทางการ รวมถึงบริการที่ไม่ใช่พื้นฐาน เช่น พวงหรีดหรือบริการพิธีกรรมเพิ่มเติม ซึ่งรัฐได้ออกกฎควบคุมราคาอย่างเข้มงวดเพื่อหลีกเลี่ยงการคิดค่าบริการเกินควร

จะเกิดขึ้นได้ต้องมีข้อบังคับสร้างความร่วมมือ

เมื่อสิ่งนี้ได้กลายเป็นปัญหาทั้งในแง่ค่าครองชีพของผู้คนและปัญหาด้านที่ดินในจีนที่เริ่มรองรับการฝังศพไม่ไหว ทางการจีนจึงได้เดินหน้าปรับปรุงบริการดังกล่าว ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงขนบธรรมเนียมงานศพ รวมถึงดำเนินการปฏิรูปภาคส่วนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยจะจัดตั้งระบบการบริหารจัดการในรูปแบบบัญชีรายการเพื่อป้องกันการสร้างรายการบริการเพิ่มเติม หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเกินกว่าที่กำหนดไว้

เป้าหมายหลักของการดำเนินการนี้คือ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและส่งเสริมการฝังศพแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพบริการที่เป็นประโยชน์ พยายามทำให้ธุรกิจพิธีศพนี้เป็นบริการเพื่อสาธารณะประโยชน์มากกว่าธุรกิจเชิงพาณิชย์

ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเสริมสร้างการตรวจสอบและกำกับดูแลราคาเพื่อควบคุมการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกินควร อีกทั้งจะเดินหน้าส่งเสริมบริการจัดการศพในรูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพื้นที่

แล้วจีนทำยังไงให้งานศพเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม?

การออกมาตรการนี้สอดคล้องกับแนวโน้มที่จีนสนับสนุนการฝังแบบ “green burial” ซึ่งใช้พื้นที่น้อยและลดการใช้ทรัพยากรดินโดยรวม

มาตรการหนึ่งที่เปลี่ยนวัฒนธรรมของชาวจีนไปโดยสิ้นเชิงคือ การเผาศพและฝังลึกโดยไม่สร้างหลุมสูง สุสานอันเซียนหยวนในมณฑลเจ้อเจียง (Zhejiang) ทางตะวันออกของจีน โดยให้คนใช้วิธีสแกนคิวอาร์โค้ดบนต้นไม้หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ที่อยู่ใกล้จุดฝังศพ เพื่อจุดเทียนดิจิทัลหรือวางดอกไม้ดิจิทัลเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตแทนที่จะดูแลหลุมศพจริง

การฝังใต้ต้นไม้หรือฝังศพในทะเลแบบรักษ์โลกของจีน มีการส่งเสริมในเซี่ยงไฮ้ โดยให้เงินอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการจัดงานศพและครอบครัว และสำนักข่าว Xinhua รายงานว่า เมืองเสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ได้ออกค่าใช้จ่ายการลอยศพที่ร่างถูกนำใส่ในโลงลงทะเลมากถึง 5,300 รายในปี 2025 และทางการท้องถิ่นยังจะมอบเงินสนับสนุนสำหรับการฝังใต้ต้นไม้ การฝังในสนามหญ้า และการฝังใต้ดอกไม้เพื่อเพิ่มทางเลือกการจัดพิธีศพเชิงอนุรักษ์

รวมถึงวิธีที่เป็นที่คุ้นเคยในบ้านเราคือการใช้วิธีเก็บอัฐิเพื่อลดการพื้นที่ฝัง บางพื้นที่ได้เปลี่ยนจากวิธีฝังเป็นการเก็บอัฐิแทน ที่สุสานฝูโซ่วหยวนมีการจัดพิธีฝังภาชนะบรรจุอัฐิที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ 6 ใบ ไว้ใต้สนามหญ้าที่ใช้ประกอบพิธีกรรมในช่วงก่อนถึงเทศกาลเช็งเม้งปีที่ผ่านมา 

แม้วิธีการเหล่านี้จะเป็นเรื่องที่ดูเป็นมิตรกับโลกและเงินในกระเป๋า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของธรรมเนียม ‘การฝังศพ’ ในประเทศจีน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเพื่อให้ผู้คนยอมรับและปรับตัว แต่กับคนรุ่นใหม่แล้ว นี่อาจไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปสำหรับพวกเขา 

เคอปิง อู๋ นักมานุษยวิทยาด้านศาสนาและความทรงจำทางสังคมที่มหาวิทยาลัยซีอานเจียวตง-ลิเวอร์พูล ยังระบุเพิ่มเติมว่า เธอเชื่อว่านี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และทัศนคติเกี่ยวกับการฝังศพจะเปลี่ยนไปในคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคนในวัย 20 และ 30 ปี ซึ่งพวกเขาอาจไม่ค่อยสนใจเรื่องการฝังศพใต้ดินมากนัก ดังนั้นการฝังศพแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอาจกลายเป็นเทรนด์ในอนาคต

อ้างอิง

https://www.facebook.com/share/p/1SSPFDzZjr

https://www.facebook.com/share/p/1EoPUQtr9i

http://english.scio.gov.cn/in-depth/2026-01/09/content_118271362.html

https://www.theguardian.com/world/2019/apr/05/cant-afford-to-die-china-embraces-eco-burials-as-plot-prices-outstrip-housing

Credit

Chayanit S.

เป็นคนกรุงเทพฯ ชอบเดินเที่ยวเมือง ฟังเพลงซ้ำ ๆ นั่งโง่ ๆ ดูคนคนใช้ชีวิต :-)