หลังจากเหล่าผู้สมัครทั้งหลายทยอยเปิดตัวกันไปแล้วอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่วันนี้จนถึงวันกาเลือกตั้ง มิ.ย. ชวนทุกคนมาจับตา #นโยบายสิ่งแวดล้อม แล้วออกไปกาผู้ว่าฯ ที่จะเป็นตัวแทนของเรากัน
โพสต์นี้ขอมาชวนดูนโยบายของสองแคนดิเดตอย่างดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในนามอิสระ (ขออ้างอิงจากสองผู้สมัครหลักที่มีนโยบายโพสต์ลงเว็บไซต์อย่างละเอียด เดี๋ยวคนอื่น ๆ มีโพสต์แยกตามมาแน่จ้าา) และโฟกัสที่ 3 เรื่องหลักคือ
● อากาศสะอาด
● ขยะ
● พื้นที่สีเขียว

ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร – พรรคประชาชน
ภาพรวมนโยบายเน้นที่การแก้ปัญหาต้นทาง เช่น การเน้นให้ตรวจสอบที่ต้นตอปัญหาได้มากขึ้นเพื่อความโปร่งใสและประสิทธิภาพที่มากขึ้น เช่น การแทร็กเส้นทางรถเก็บขยะได้ เพิ่มระบบร้องเรียน หรือในแง่ปัญหาฝุ่นก็ใช้เทคโนโลยีเข้าไปตรวจจับค่าฝุ่นโรงงานมากขึ้น รวมถึงการให้ความสำคัญกับต้นตอใหญ่อย่างเกษตรกรรม
◦ ฝุ่น PM 2.5 เช่น ขยายเขตมลพิษต่ำถึงปริมณฑล , เพิ่มมาตรการควบคุมรถบรรทุก/รถควันดำ , ใช้โดรนและเพิ่มเทคโนโลยีตรวจจับค่าฝุ่นโรงงานอุตสาหกรรม , บังคับเปิดกล้องวงจรปิดไซต์ก่อสร้าง , คูปองไม่เผาพื้นที่เกษตรรอบกรุงเทพฯ , สนับสนุนเครื่องจักรเกษตร ตีดิน/ไถกลบ/อัดฟาง สำหรับจัดการเศษวัสดุแทนการเผา , จัดทำห้องปลอดฝุ่น ปรับปรุงโรงเรียนในสังกัดกทม.
◦ จัดการขยะ : ยกเลิกสัญญาโรงขยะอ่อนนุช , จัดจ้างให้เอกชนมาช่วยจัดเก็บและให้ผู้พ้นโทษสามารถเป็นพนักงานจัดเก็บขยะได้เพื่อเพิ่มอัตรากำลัง , สำรวจและวางแผนจุดจัดเก็บขยะชุมชนใหม่เพื่อให้เข้าถึงได้ , เปิดเผย GPS เส้นทางวิ่งรถเก็บขยะให้ตรวจสอบความโปร่งใส่และความรับผิดชอบ , เพิ่มระบบให้ร้องเรียน , เพิ่มจุดทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์และกำจัดเพื่อป้องกันมลพิษ
◦ พื้นที่สีเขียว : เจรจากับที่ดินเอกชนเพื่อพัฒนาพื้นที่เป็นสาธารณะ เช่น ทำ Food Court ราคาย่อม แลกการเว้นภาษีที่ดิน , สำรวจพื้นที่รกร้างและติดต่อซื้อเพื่อทำเป็นพื้นที่สาธารณะ/พื้นที่สีเขียว , สำรวจศักยภาพพื่นที่ที่ปลูกต้นไม้,ทำพื้นที่สีเขียวเพิ่มได้ ,เช่น ต้นไม้ใหญ่ริมทาง ต้นไม้เลื้อยบนเสารถไฟฟ้า ตอม่อทางด่วน , กำหนดกฎหมายผังเมืองให้สร้างอาคารได้มากขึ้นแลกกับการมีพื้นที่สีเขียว/สาธารณะในโครงการ , เพิ่มบุคลากรดูแลต้นไม้และพื้นที่สีเขียวใน กทม. , กำหนดมาตรการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้พื้นที่ที่เปิดบ้านเป็นทางเชื่อมเดินหรือเป็นทางเข้าออกสาธารณะ
[ นโยบายสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ]
◦ ภาคขนส่งสาธารณะกรุงเทพมหานคร (กทม.) เช่น เพิ่มรถโดยสารสาธารณะ (Feeder) , ช่วยลดค่าโดยสารรถประจำทางและรถไฟฟ้าครึ่งราคาตามพรบ.ตั๋วร่วม 2568 , ทุกป้ายรถโดยสารประจำทาง ต้องมีเก้าอี้และหลังคาหลบแดดกันฝน ภายใน 4 ปี เพิ่มหลังคาและต้นไม้บนทางเดินและทางเชื่อมขนส่งสาธารณะ
◦ คลองกรุงเทพฯ เช่น ทำข้อมูลเปิดคลองกรุงเทพฯ , จัดระเบียบและฟื้นเส้นทางเรือคลองโดยสาร , เพิ่ม Feeder เรือไฟฟ้า , ดูแลมาตรฐานคลองทั้งระดับน้ำ คุณภาพน้ำ น้ำเสีย ขยะและวัชพืชทางน้ำ ความพร้อมของประตูระบายน้ำ–สถานีสูบน้ำ–ประตูเรือสัญจร และการใช้งานพื้นที่ริมคลอง
◦ แก้ปัญหาน้ำท่วมครบวงจร เช่น ยกระดับการแจ้งเตือนภัยพร้อมแจ้งเตือนและบริหารเครื่องจักรและน้ำล่วงหน้า , เพิ่มเป้าลอกท่อครบ 100% ทุกปี , ตรวจสอบประสิทธิภาพลอกคลองด้วยเทคโนโลยี Sonar, สร้างแนวป้องกันน้ำท่วมบริเวณจุดฟันหลอริมแม่น้ำเจ้าพระยา และพัฒนาเขื่อนพร้อมทางเดินริมคลองเพื่อเพิ่มปริมาณรับน้ำ

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ – ผู้สมัครอิสระ
มีการตั้งเป้าเป็นตัวเลขชัดเจน เน้นไปที่การพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมและโครงสร้างของเมืองในระยะยาว สร้างโครงสร้างพื้นที่เพื่อรองรับมากขึ้น เช่น ระบบใช้ซ้ำ จุดเติมน้ำ รองรับการลดใช้ภาชนะพลาสติก แนวทางพื้นที่สีเขียวอิงความเป็น Nature-based City มากขึ้น ด้านฝุ่นมลพิษพายามผลักดันหลักผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้รับต้นทุนของมลพิษ
◦ อากาศสะอาด : ตั้ง ‘ศูนย์ติดตามการเผาแบบและช่วยเหลือเกษตรกรครบวงจร’ และบริหารจัดการเวลาเผา กรณีเลี่ยงไม่ได้ , หนุนผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดการเผา , ยกระดับเขตมลพิษต่ำ , สร้างกลไกการเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ปล่อยมลพิษและกำหนดให้ติดตั้งระบบตรวจวัดมลพิษ
◦ จัดการขยะ+ลดการสร้างขยะต้นทาง : ต่อยอด #ไม่เทรวม ในห้างร้านค้าและหมู่บ้าน , เปลี่ยนโรงงานขยะอ่อนนุชเป็นพื้นที่สีเขียวพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ขยะ , ดึงเอกชนมาร่วมในการรีไซเคิลและจัดการขยะ , ยกระดับซาเล้ง ทำฐานข้อมูลและเชื่อมแพลตฟอร์มดิจิตัล , โครงการ ‘Bangkok Reduce Bangkok Reuse’ ตั้งเป้าลดขยะพลาสติก 100 ล้านชิ้น ผ่านการแบนโฟมในโรงเรียนและหน่วยงาน กทม. , กำหนด Green Event Protocol ให้ทุกงานที่ขอใช้พื้นที่ กทม. ห้ามใช้โฟมและพลาสติกครั้งเดียวทิ้ง , มีข้อกำหนด zero waste กับศูนย์อิ่มท้อง ตลาด และพื้นที่ค้าขายที่ กทม. ดูแล
◦ ผลักดันการใช้ซ้ำ : ขยายจุดเติมน้ำสาธารณะ , พัฒนาระบบใช้ภาชนะซ้ำ แก้วกินนี่ และเพิ่มจุดล้างภาชนะในอีเวนต์ , เปิด Maker + Repair Space ให้ประชาชนเข้ามาซ่อมของ สร้างสรรค์ และต่อยอดขยะรีไซเคิลร่วมกัน , ผลักดันศูนย์จัดการขยะชุมชน 1,000 แห่ง
◦ พื้นที่สีเขียว : เพิ่มสวนป่าล้อมเมือง (อย่างน้อย 10 ไร่) คำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพและบริบทของพื้นที่เป็นหลัก , พัฒนาสวนและพื้นที่สีเขียวให้เป็น ‘Pollinator Friendly’ ดึงดูดผึ้ง ผีเสื้อ แมลง , ฟื้นฟูระบบนิเวศ และสร้างแนวทางที่คนและสัตว์ท้องถิ่นอยู่ร่วมกันได้ , เพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนหย่อมในเมือง เช่น เกาะกลาง ริมถนน ลานจอด พัฒนาสวนแนวยาวตามริมทางรถไฟ ริมคลอง , สร้าง Park Connecter ให้สวนเชื่อมถึงกันได้ , เพิ่มต้นไม้ใหญ่บนนถนนหลักและตัดแต่งตามหลักรุกขกรรม , ขึ้นทะเบียนต้นไม้มรดก ต้องได้รับอนุญาตก่อนตัดแต่ง ล้อมย้าย โค่น , เพิ่มเป้าปลูก ‘ไม้ยืนต้น’ เพิ่มอีก 1 ล้านต้น , เพิ่มกลไก Green Area Shifting กำหนดให้โครงการใหญ่ต้องจัดสร้างพื้นที่สีเขียว พื้นที่สาธารณะทดแทนในโครงการด้วย
[ นโยบายสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ]
◦ เปลี่ยนผ่านพลังงาน : เพิ่มจุดชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และผลักดันรถกทม. เป็นรถไฟฟ้า , แก้ข้อบัญญัติให้กลุ่มอาคารต้องมีระบบชาร์จและที่จอดของรถ EV เพื่อลดต้นทุนแฝงให้ประชาชน , สร้างแรงจูงใจเปลี่ยนผ่านขนส่งสาธารณะเป็นรถ EV โดยเฉพาะสำหรับวินมอเตอร์ไซค์และรถโดยสารขนาดเล็ก (รถโดยสารหมวด 4 อาทิ รถสองแถว และรถกระป๊อ) , พัฒนาระบบตลาดคาร์บอนระดับเมือง ผลักดัน ‘Bangkok Carbon Credit Hub’
◦ ขนส่งสาธารณะ,การเดินทาง : ยกระดับจุดรอรถประจำทางทั้ง 2,500 แห่งทั่วกรุงเทพฯให้ปลอดภัย ไฟสว่าง มีร่มเงากันแดดฝน มีข้อมูล , ค่าโดยสาร BTS ราคาพิเศษที่จะทำได้หลัง 2572 ซึ่งสัญญาสัมปทานสิ้นสุด , ขยาย BMA Feeder และหนุน feeder เอกชน , ส่งเสริมขนส่งทางน้ำในคลองสายหลัก
◦ คลอง : เร่งรัดสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย , เดินหน้าสำรวจรูรั่วและพื้นที่ตกหล่นเพื่อดึงน้ำเสียกลับเข้าสู่โรงบำบัดให้มากขึ้น , พัฒนาแหล่งน้ำสาธารณะให้ทำกิจกรรมได้มากขึ้น , กวดขันให้อาคารในกรุงเทพฯ ส่งผลตรวจน้ำเสีย , กำหนดให้อาคารใหม่ต้องมีระบบำบัดน้ำเสียและส่งรายงาน , พัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียขนาดเล็กแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ระดับชุมชน
◦ น้ำท่วม : แก้จุดเสี่ยงน้ำท่วม , พยากรณ์ฝนโดยใข้ AI วิเคราะห์ , ติดตั้งเรดาร์ X-Band ตรวจจับกลุ่มฝน , ศึกษาสร้างประตูน้ำบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา , สร้างฝายและแก้มลิงในพื้นที่เกษตรเพื่อกักเก็บน้ำ , เพิ่มศักยภาพคลองหลัก เช่น คลองเปรมประชากร และคลองลาดพร้าว
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากนโยบายอัดแน่นจุก ๆ มาก ๆ เราจึงหยิบมาแค่อันที่โดดเด่น *และโปรดติดตามอ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์หรือช่องทางหลักของผู้สมัครต่อเพื่อความครบถ้วนนะจ๊ะ*
ดูนโยบายฉบับเต็มได้ที่