ประโยชน์ของเด็กที่เติบโตท่ามกลางธรรมชาติ
มีการศึกษาชิ้นหนึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี 1980 โดยนักชิววิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ‘เอ็ดเวิร์ด วิลสัน’ (Edward O. Wilson) เขาเสนอทฤษฎีที่ชื่อว่า ‘ไบโอฟิเลีย’ (biophilia) ทฤษฎีที่ว่าด้วยมนุษย์เรามีสัญชาตญาณที่จะถูกดึงดูดเข้าหาธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา ทว่ามาทุกวันนี้ พ่อแม่ยุคใหม่อาจจะอยากนั่งไทม์แมชชีนกลับไปหาวิลสันและบอกว่าไม่เห็นจริงเลย ทุกวันนี้เด็ก ๆ ของพวกเขาเอาแต่นั่งไถหน้าจอมือถืออยู่แต่ในบ้าน !
อ้าว ถ้าวิลสันเจอแบบนี้ก็คงมีช็อคเหมือนกัน
แต่รู้หรือไม่ การที่เด็ก ๆ เติบโตท่ามกลางธรรมชาติ มีประโยชน์มากกว่าที่คิด
ตรงนี้คงต้องเป็นหน้าที่พ่อแม่เสียแล้วที่จะต้องพาเด็ก ๆ ออกไปซึมซับธรรมชาติบ้าง
สถาบันไม่แสวงผลกำไร Child Mind Institute รายงานเรื่องนี้ไว้ว่ามีงานศึกษาหลายชิ้นที่ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าการที่เด็ก (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่) ที่ได้ใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติจะช่วยส่งเสริมสุขภาพกายและใจ ช่วยทำให้เด็กคนนั้นมีสมาธิ ลดความวิตกกังวล และยังข่วยทำให้เด็กมีความสุขมากกว่าเด็กที่เอาแต่อยู่ที่บ้าน เรื่องนี้เป็นเพราะว่า
4 ประโยชน์ที่เด็กได้รับเมื่อใช้เวลาร่วมกับธรรมชาติ
1.การใช้เวลาในธรรมชาตินอกบ้านสร้างความคิดสร้างสรรค์
เพราะเมื่อเด็กอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจะมีรูปแบบการปฏิสัมพันธ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่าง เด็ก-สิ่งแวดล้อม มากมายหลายแบบ ไม่มีขีดจำกัด ยิ่งสถานที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ การเรียนรู้และการสังเกตก็จะเพิ่มมากขึ้น
2.เป็นการบ่มเพาะให้เด็กเข้าใจเรื่องความยั่งยืนและความรับผิดชอบ
การที่เด็กได้ออกไปเจอธรรมชาติ หรือแม้แต่สวนหลังบ้านจะทำให้เด็กรู้และเข้าใจว่าสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ต้องได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ว่าถ้าลืมรดน้ำต้นไป 3 วันจะเกิดอะไรขึ้นกับต้นไม้ที่อยู่ในกระถาง
3.ได้ใช้ผัสสะทั้ง 5
ทั้งการได้ยิน การเห็น การสัมผัส การได้กลิ่น หรือแม้แต่การรับรส ! ลองนึกภาพครั้นที่เรายังเด็กเชื่อว่าใครหลายคนคงได้มีโอกาสลองชิมน้ำหวานที่อยู่ตรงเกสรของดอกเข็ม กิจกรรมเหล่านี้สร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่เด็ก ๆ ที่หาไม่ได้จากหน้าจอมือถือหรือหน้าจอคอม
4.ช่วยลดความเครียดและความเหนื่อยล้า
ในแต่ละวันของเด็ก ๆ (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่) เรามักจดจ้องใช้สมาธิกับงานตรงหน้า คุณครูหน้าชั้นเรียน เนื้อหาในห้องเรียน การบ้านหลายวิชา ซึ่งล้วนสร้างความเหนื่อยล้าให้สมอง กลับกันการเผชิญสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติจะต้องการความสนใจในอีกรูปแบบที่เรียกว่า ‘ความพยายามแบบหลงใหลอย่างอ่อนโยน’ ที่สร้างความรู้สึกผ่อนคลายแทน
วันนี้วันเด็กกำลังจะผ่านพ้น แต่แน่นอนว่าการจะใช้เวลากับลูก-หลาน สามารถทำได้ทุกวัน และการที่จะพาคนที่เรารักไปสัมผัสธรรมชาติก็เป็นหน้าที่ของเรา ๆ ผู้ปกครอง หวังว่าถ้ามีโอกาสในวันหยุดครั้งหน้าลองเปลี่ยนจากพาคนที่เรารักไปเดินห้าง เปลี่ยนเป็นไปสัมผัสธรรมชาติก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจนะ 🙂
และอย่าลืมว่าธรรมชาติก็ให้ประโยชน์กับผู้ใหญ่เช่นกัน อ่านประโยชน์ที่ผู้ใหญ่ได้รับต่อได้ที่เรื่องนี้ Shinrin-Yoku เมื่อคนยุคใหม่ฮีลใจด้วยการ “อาบป่า”
ที่มา
Child Mind Institute