เคยชินกับ AI? ใช้ไปกับซะทุกอย่าง สิ่งนี้อาจทำให้ Data Center และโลกทำงานหนักขึ้น

เพราะ AI ไม่ใช่ของฟรี แต่ทุกพรอมพ์มีต้นทุนต่อโลก

AI ไม่ใช่ของฟรี แต่ทุก Prompt มีต้นทุนต่อโลก การใช้ AI เมื่อความเคยชินเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย 

ปัจจุบัน AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์เราไม่ต่างอะไรกับโซเชียลมีเดีย ทั้งการใช้งานในการพูดคุยถามเรื่องจุบจิบในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการใช้ร่วมกับการทำงาน อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพด้านธุรกิจ การเงิน งานบริการ งานเขียนและการสร้างสรรค์เนื้อหา ล่าสุดผันตัวไปเป็นถึงผู้กำกับที่เห็นกันบ่อย ๆ ในช่วงนี้ก็คือหนังสั้นที่สร้างจาก AI ไหนจะเป็นศิลปินที่ออกซิงเกิลได้อีก

แต่บางทีก็เหมือนว่าคนจะเคยชินกับการมี AI เป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่โทรศัพท์ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามแต่จนเกิดการใช้เอไอไปซะหมด เช่น การคุยเล่นกับ AI เป็นตุเป็นตะ ถามแม้กระทั่งเมนูที่จะกินในแต่ละวัน หรือการให้เอไอสร้างรูปภาพตัวเอง นำรูปศิลปิน ดารา ผู้ที่มีชื่อเสียงไปสร้างรูปภาพ ซึ่งในกรณีนี้ก็ถูกแตกประเด็นถึงความไม่เหมาะสมไปอีก หากไม่ได้รับการอนุญาตจากตัวบุคคล เพราะใบหน้าถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว การนำรูปภาพไปให้ AI Generated มีความเสี่ยงที่อาจทำให้ข้อมูลในด้าน PDPA รั่วไหล และเกิดการสร้าง Deepfake ได้ ไปจนถึงกรณีการละเมิดลิขสิทธิ์จากการทำผลงาน

คนไทยกว่า 1 ใน 3 ใช้ Gemini ไปกับด้านไลฟ์สไตล์

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ใช้งาน Gemini อย่างน้อยเก้าร้อยล้านคน/เดือน และอย่างในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้ใช้งาน Gemini ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

คนไทยกว่า 1 ใน 3 ใช้ Gemini ไปกับด้านไลฟ์สไตล์มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไอเดียแต่งบ้าน, สูตรอาหาร, สถานที่ท่องเที่ยว ยกตัวอย่าง คุณครูวัยเกษียณถ่ายรูปขนมทองหยิบเพื่อถามระดับน้ำตาล  วัยรุ่นที่ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารพร้อมให้เอไอแนะนำ หรือแม้แต่การคุยเล่นกับเอไอราวกับเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ควบคู่ไปกับการใช้งานเพื่อสร้างเนื้อหาต่าง ๆ เช่น การสร้างรูปภาพและการเขียนข้อความ นับเป็น 26% ของการใช้งานทั้งหมดในประเทศ 

ในขณะที่บางประเทศอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย เน้นใช้ Gemini เพื่อสร้างรูปภาพเป็นหลัก สิงคโปร์และเวียดนามใช้เพื่อการเรียนและการทำงานเป็นหลัก ซึ่งก็น่าสนใจว่าไทยเราดูจะใช้ AI ไปในเชิงการพูดคุยเรื่องจิปาถะรอบตัวมากซะกว่าการใช้ในเชิงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน  

ซึ่งเบื้องหลังการใช้งาน AI เหล่านี้ต้องอาศัยศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่มีคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงหลายหมื่นเครื่องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประมวลผลคำสั่งจากผู้ใช้งานทั่วโลก

แล้วมันคืออะไรล่ะ ไอ้ศูนย์ข้อมูล (Data Center) นั่นน่ะ ?

Data Center หรือ ศูนย์ข้อมูล คือ สถานที่หรือห้องสำหรับรวบรวมคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ และระบบเครือข่ายต่าง ๆ สำหรับจัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลมหาศาล เป็นเหมือนกับสมองที่มีหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูล ประมวลผล และกระจายข้อมูลออกไปสู่ผู้ใช้งานต่าง ๆ นั่นเอง 

และด้วยความที่ต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา มันก็ต้องการพลังงานเหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้า เปรียบให้เห็นภาพง่าย ๆ อย่างเวลาที่เราใช้คอมพิวเตอร์ทำงาน ซีพียูก็จะมีการปล่อยลมร้อนออกมา การทำงานของ Data Center ก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่ามันไม่ได้เครื่องเล็กเท่าซีพียูเราน่ะสิ และไม่ได้มีเครื่องเดียว มันมีขนาดที่ใหญ่มากพอที่จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาลและส่งผลทำให้เกิดโลกร้อนตามมาได้ในอนาคต  

แม้การใช้งานเพียงหนึ่งครั้งอาจจะไม่ได้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากมาย แต่เมื่อมีผู้ใช้งาน AI หลายร้อยล้านคนทั่วโลก มีการถามคำถาม สร้างรูปภาพ หรือสร้างวิดีโอหลายพันล้านครั้งต่อวัน จนพฤติกรรมเหล่านี้ถูกทำให้เคยชินจนภาคอุตสาหกรรมก็ต้องขยายตาม ความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้นตามไปด้วย  

ตัวอย่างพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์อื่น ๆ อาทิ ในเมืองโคลเรน ไอร์แลนด์เหนือ (Geoffrey Moffett/unsplash)

AI ไม่ใช่ของฟรี แต่ทุก Prompt มีต้นทุนต่อโลก

อย่างที่บอกไปว่า Data Center ต้องการพลังงานในการทำงาน โดยเฉพาะ ‘น้ำ’ ที่ใช้ในการระบายความร้อน  Data Center ต้องการน้ำปริมาณมหาศาลสำหรับการระบายความร้อน และน้ำที่ใช้ก็ไม่ใช่น้ำธรรมดาทั่วไปแต่มันเป็นน้ำจืดที่ดื่มได้ นักวิจัยคาดการณ์ว่าในปี 2027 การใช้งาน AI ทั่วโลกจะใช้น้ำมากถึง 4.2–6.6 พันล้านลูกบาศก์เมตร สิ่งนี้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับลำดับความสำคัญในการใช้น้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำและในช่วงเวลาที่เกิดภัยแล้ง 

รวมไปถึงในบางพื้นที่ที่มีอากาศที่ร้อนขึ้นจากการติดตั้ง Data Center  ยกตัวอย่างใน Slough (สเลาจ์) ใกล้ลอนดอน ชุมชนที่อาศัยอยู่ติดกับศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุด พบว่าอากาศโดยรอบมีอุณหภูมิที่สูงมากกว่าปกติ จากความร้อนที่ระบายออกมาจากศูนย์ข้อมูล หนึ่งในผู้ที่อยู่อาศัยกล่าวว่าเมืองสเลาจ์มีอุณหภูมิสูงกว่าบริเวณโดยรอบอยู่เสมอ ในปี 2022 ตอนที่เกิดคลื่นความร้อน อุณหภูมิในลานจอดรถสูงถึง 45 องศาเซลเซียส แต่พอขับรถไปอีกเมืองอุณหภูมิก็ลดลงเหลือ 39 องศาเซลเซียส

ในโลกที่ AI เข้ามามีบทบาทอย่างมากกับชีวิตประจำของมนุษย์เรา หลายคนต่างใช้มันในบทบาทที่ต่างกันไป การใช้ AI เท่าที่จำเป็นก็เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ประมวลผล หรือทดแทนการทำงานบางอย่างก็ตามแต่ เพื่อมองมันในฐานะ ‘ผู้ช่วย’ มากกว่าใช้งานด้วยความเคยชิน ให้คิดแทนและทำแทนทุกอย่าง จนลืมไปว่าทุกการกระทำมันกำลังผลักให้โลกต้องแบกรับต้นทุนที่มองไม่เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ 

อ้างอิง

https://www.iea.org/reports/energy-and-ai/executive-summary

https://www.iea.org/reports/energy-and-ai/energy-supply-for-ai#abstract

https://www.iea.org/reports/energy-and-ai/ai-and-climate-change

https://www.theguardian.com/environment/2026/jun/26/slough-is-like-an-experiment-europes-largest-datacentre-hub-leaves-town-sweltering

https://climate.mit.edu/ask-mit/ais-energy-use-big-problem-climate-change

https://arxiv.org/abs/2304.03271

Credit

budsakorn