A Useful Ghost ผีใช้ได้ค่ะ หนังที่ว่าด้วยฝุ่น PM2.5 การถูกกดขี่ และถูกลบจากสังคม 

เครื่องดูดฝุ่นผีสิงที่ชวนตั้งคำถามถึงสังคมที่กลุ่มผู้มีอำนาจอยากให้เป็น

 

เคยลองคิดไหมว่า ถ้าคนที่ตายไปกลับมาพูดอะไรได้ เขาจะอยากพูดอะไร? คำถามนี้ไม่ได้มีคำตอบชัดเจนในชีวิตจริง แต่ภาพยนตร์ ‘ผีใช้ได้ค่ะ’ กำลังชวนเรามา “ฟัง” ในสิ่งที่ไม่มีใครพูดหรือพวกเขาไม่มีโอกาสได้พูด 

เล่าก่อนเลยว่าเมื่อตอนดูทีเซอร์ผีใช้ได้ค่ะ แอบคิดว่านี่มันหนังไซไฟเปล่าวะ คงจะไม่อินแน่ล่ะ ฮ่า แต่เมื่ออ่านเรื่องย่อว่า “เมื่อความตายไม่ใช่อุปสรรคของรัก แต่เป็นแม่ผัว PM2.5 ระบบราชการ เรื่องฟัคอัพมากมายในโลกที่เราคุ้นเคย ผีตนหนึ่งจึงกลับมาสิงเครื่องดูดฝุ่นเพื่อทำตัวให้ใช้ได้…เพื่อที่จะได้รัก” ก็เปลี่ยนความคิดซะทันที เป็นอันได้ฤกษ์ออกจากบ้าน ตีตั๋ว ‘ผีใช้ได้ค่ะ’ ในโรง House Samyan

ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost) คือผลงานกำกับภาพยนตร์ยาวเรื่องแรกของ รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค จากค่าย 128 Films และสร้างชื่อเสียงไปคว้ารางวัล Grand Prize AMI Paris จากสาย Critics’ Week ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้งที่ 78 ที่ผ่านมา 

เป็นผีแล้วกลับมาทำไม?

“คนตายกลับมามี 2 สาเหตุ

1. วิญญาณยังจำได้ว่าใครได้ทำอะไรกับมันไว้ 

2. มีคนเป็นยังจำคนตายคนนั้นได้”

สำหรับเราประโยคนี้อาจเป็นตัวขมวดใจความสำคัญทั้งหมดของเรื่องเอาไว้ได้อย่างดี และชวนคิดตามว่า ผีทั้งหมดในเรื่องนี้กลับมาหาคนเป็นทำไม พวกเขากำลังต่อสู้เพื่ออะไรอยู่? บ้างกลับมาเพราะไม่อยากถูกลืมจากคนรัก บ้างกลับมาเพราะแค้น จำได้ว่าคนเป็นเคยทำอะไรกับเขาไว้ แต่สุดท้ายผีในเรื่องนี้ก็ยังเป็นภาพแทนของอำนาจรองที่ถูกบังคับให้หายไปจากความจำของผู้คน

หนังดำเนินเรื่องไปผ่านบทสนทนาของ ‘กะเทยวิชาการ’ (วิศรุต หอมหวน) และ ‘ครอง’ (วัลลภ รุ่งกำจัด) ช่างซ่อมเครื่องดูดฝุ่น (?) จากจุดเริ่มต้นว่าด้วย ‘เครื่องดูดฝุ่นที่มีเสียงไอตอนกลางดึก’ สู่มหากาพย์ผีที่ว่า เครื่องดูดฝุ่นไม่ได้เสียแต่มันโดนผีสิงต่างหาก! และผีที่ว่านี้คือ ‘ต๊อก’ คนงานที่ตายระหว่างทำงานในโรงงานพร้อมใส่หน้ากากบาง ๆ ที่กันฝุ่น และไอเป็นเลือดจนตาย กลายเป็นผีกลับมาอาละวาดไม่ยอมหายไปไหนและเข้าไปสิงในเครื่องจักรของโรงงาน ตามหลอกหลอนจนโรงงานโดนยึดใบอนุญาต ถูกสั่งปิดชั่วคราว 

นอกจากผีต๊อกยังมี “ผีฝุ่น” อีกมากมาย อย่างแนท (ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่) ก็เสียชีวิตขณะท้องเพราะโรคทางเดินหายใจ หรือมนุษย์อย่างหมอในเรื่องที่นั่งตรวจอยู่ดี ๆ ก็มีเลือดไหลออกจากจมูก หรือตัวละครเอกอย่างมาร์ช (โมสต์-วิศรุต หิมรัตน์) ที่สุดท้ายก็มีอาการไอสะสมหนักจากมลพิษฝุ่นจนหมดสติไป 

จุดร่วมหนึ่งตลอดทั้งเรื่องที่ชวนเราคิดต่อคือ สิ่งเล็ก ๆ ที่กัดกินคนในสังคมมันอาจถูกเพิกเฉยและ ‘ถูกลืม’ หายไปตามกาลเวลาได้เช่นกัน หากผู้คนไม่รู้ขึ้นมาต่อสู้หรือทำอะไรสักอย่าง แม้จะรู้ว่าครั้งหนึ่งฝุ่นร้ายเหล่านั้นกัดกินคนในสังคมแค่ไหน

เหมือนกับที่วิญญาณของต๊อกตายกระอักเลือดในโรงงาน แต่สิ่งที่เจ้าของโรงงานทำกลับเป็นเพียงการให้คนมาถูรอยเลือดออก ให้โรงงานผลิตเดินหน้าต่อไป และขายเครื่องดูดฝุ่นผีสิงให้ลูกค้าไปพ้น ๆ เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น อีกทั้งให้ผีแนทลบต๊อกออกจากความทรงจำของแฟนหนุ่มเพื่อที่ต๊อกจะได้หมดพลัง ไม่มารังควานคนอีก และยังพูดว่า “โรงงานเราไม่เคยฆ่าใคร ที่นี่ทุกคนทำงานกันสุจริต” ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าตั้งคำถามว่า ‘สุจริต’ นั้นรวมถึงการไม่เอาเปรียบแรงงานด้วยหรือเปล่า? 

แม้องค์ประกอบเรื่องฝุ่นในครึ่งแรกและพาร์ทการเมืองที่เข้มข้นขึ้นมากในครึ่งหลังจะดูเหมือนหักรถกลับไปซะหน่อย แต่สำหรับคนดูอย่างเรา กลับยิ่งรู้สึกว่าพาร์ทหลังมันเดือดดาล เข้มข้น และยิ่งทำให้หนังเรื่องนี้มันดู ‘จริง’ มากขึ้น โดยเฉพาะการที่ผู้มีอำนาจต้องการจะควบคุมความทรงจำของผู้คนด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ไม่ควรมีใครต้องถูกบังคับให้ ‘ลืม’ หรือ ‘จำ’ เฉพาะในสิ่งที่ผู้ปกครองอยากให้เป็นเท่านั้น

หรือวันหนึ่งสิ่งที่กัดกินสังคมไทยก็อาจถูกลืมไปง่าย ๆ 

ไม่ว่าจะปัญหาฝุ่น การกดขี่ การปกครองแบบไทย ๆ?

ในช่วงต้นของหนังที่รัฐบาลบอกว่า “ที่ไหนมีการพัฒนา ที่นั่นย่อมมีฝุ่น” ประโยคนี้กลับสะท้อนวาทกรรมของการพัฒนาแบบบนลงล่างที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนา นโยบายหลัก แต่กลับพยายามทำให้เรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเรื่องที่คนในพื้นที่ต้องยอมรับได้ไปเสียอย่างนั้น เป็นความเจริญที่แลกมากับคุณภาพชีวิตของพวกเขาที่ถูกพรากไป ตามมาด้วยปัญหาสุขภาพจากมลพิษในระยะยาว สิ่งเหล่านี้นำไปสู่การตั้งคำถามถึงการบริหารและแนวคิดการพัฒนาในประเทศไทยว่าผู้มีอำนาจหรือผู้ได้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านั้น รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากพอรึยัง?

สปอยล์กันมาขนาดนี้ จะถูกหรือไม่ถูกใจก็ขอให้ไปหาคำตอบในโรงกันได้เลย เราเชื่อว่ามีหนังไทยไม่เยอะนักที่จะกล้าพูดถึงประเด็นเหล่านี้ได้เจ็บแสบแบบ ผีใช้ได้ค่ะ  ควรค่าไปดูอย่างยิ่ง ส่วนดูจบแล้วจะรู้สึกยังไงก็นานาจิตตังแล้วล่ะ 

ใครที่อยากไปดูแต่กลัวคำว่าผีก็สบายใจได้ รับประกันว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้มีผีตุ้งแช่ออกมาให้เรากลัวอย่างแน่นอน เพราะมีแต่เรื่องของคนเป็นที่ยังหลอกหลอนในสังคมไทยทั้งนั้น (ซึ่งน่ากลัวกว่าผีอีก!) 

ขอบคุณภาพจาก 185 films

ติดตามรอบฉายได้ที่ https://www.housesamyan.com/site/Movie/detail/1377

Credit

Chayanit S.

เป็นคนกรุงเทพฯ ชอบเดินเที่ยวเมือง ฟังเพลงซ้ำ ๆ นั่งโง่ ๆ ดูคนคนใช้ชีวิต :-)