รู้หรือไม่ ? ตอนนี้ปัญาหาสิ่งแวดล้อมที่เป็นเรื่องไม่ปกติ กำลังกลายเป็นเรื่องปกติที่ประชาชนคนไทยพบเจอ
ให้นึกภาพว่า ถ้าคุณเดินผ่านคน 5 คน
4 ใน 5 คนคือคนที่ได้รับผลกระทบจากปัญาหาสิ่งแวดล้อมในระดับปานกลาง-รุนแรง
และอีก 1 คนคือคนที่กำลังจะได้รับผกระทบในไม่ช้า
หมายความว่าคน 5 คนที่คุณพึ่งเดินผ่านมาเมื่อครู่ ไม่มีใครไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อม
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างคนไทยมากกว่า 1,000 คนทั่วประเทศ และพบว่ากว่า 88% ของผู้ตอบแบบสอบถามต่างได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับปานกลาง-รุนแรง ซึ่งผลกระทบนี้มีด้วยกันทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่ 1.สุขภาพ 2.รายได้ และ 3.ทรัพย์สิน
เรื่องนี้ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพแบบใกล้ตัวที่สุด ฝุ่น PM2.5 ทำคนไทยสุขภาพแย่ลงทั้งทางตรงและทางอ้อม แถมยังทำคนไทยมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นจากการต้องไปหาหมอหรือซื้อหน้ากากอนามัย กระทบทั้งรายได้และทรัยพ์สินที่ตนมี หรือแม้แต่เสียโอกาสที่จะนำเงินทุนไปใช้กับเรื่องอื่น ๆ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิต
ซึ่งปัญหาฝุ่น PM2.5 ก็เป็นหนึ่งในปัญหาที่สำคัญที่สุดต่อชีวิตคนไทย เห็นได้จากตัวผลการสำรวจที่ระบุว่ากว่า 42% ของผู้ตอบแบบสอบถาม (ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด) ยกให้ปัญหามลพิษทางอากาศนี่แหละ คือปัญหาที่สำคัญอันดับ 1 รองลงมาคือเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (22%) และตามด้วยมลพิษขยะ ของเสีย (15%)
ทางออกของปัญหานี้ที่คนไทยอยากเห็นเป็นอันดับแรกคือ ‘กฎหมายอากาศสะอาด’ ที่ปัจจุบันอาจจะโดนกลุ่มควันพิษบดบังทำให้ยังไม่เห็นปลายทางของการประกาศใช้ คาดการณ์ได้ว่าเมื่อประเทศไทยมีรัฐบาลชุดใหม่แล้วกฎหมายฉบับนี้น่าจะต้องเป็นกฎหมายฉบับแรก ๆ ที่มีการผ่านร่างและประกาศใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเจตจำนงค์ที่ประชาชนคนไทยต้องการ
จากผลสำรวจนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่านโยบายด้านสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ประเด็นรองของการเมืองอีกต่อไป แต่เป็น โครงสร้างพื้นฐานของอนาคตคนไทยทุกคน
[สำรวจนโยบายขนส่งสาธารณะของพรรคการเมืองแต่ละพรรคได้ที่ลิงก์นี้]
อ้างอิง: ข่าวประชาสัมพันธ์ TEI เผยคนไทยผลสำรวจ 88% อ่วมพิษสิ่งแวดล้อม! เรียกร้องพรรคการเมืองดัน 3 นโยบาย “อากาศ-น้ำ-ขยะ” เป็นวาระหลัก” โดย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย